Mac mini M1 น่าซื้อไหม

ถ้าพูดถึง Apple หลาย ๆ คนจะนึกถึง ​iPhone กันเป็นอันดับแรก ๆ แต่หลงลืม Mac Mini เพราะ iPhone เป็นหนึ่งในมือถือที่หลาย ๆ คนใช้ ด้วยความง่ายในการใช้งาน และราคาที่เอื้อมถึงยาก ทำให้มือถือเครื่องนี้เป็นหนึ่งในมือถือที่อยู่ใน Wishlist ของใครหลาย ๆ คน

แต่ก่อนที่ ​iPhone จะถือกำเนิด Apple ก็ทำเครื่องคอมของตัวเองที่ชื่อว่า Mac ให้คนที่ทำงานด้านสื่อได้ใช้งานกัน ซึ่งช่วงแรก ๆ ของ Mac ที่ใช้งานเน้นความเข้าใจง่ายเข้าไว้ จนถึงปัจจุบัน ความง่ายเหล่านั้นก็ยังคงความเป็น Mac เหมือนเดิม จะผ่านไปกี่ปี พอกลับมาใช้งาน ฟิลลิ่งก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และความไม่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือหนึ่งในความรู้สึกที่รู้เลยว่า เรากำลังใช้คอม ​Mac อยู่

จุดเด่นของ​ Mac ในยุคปัจจุบันคือ ตัวหนังสือภาษาไทยที่ใช้ฟอนต์ Thonburi เป็นฟอนต์หลักตั้งแต่ iPhone เวอร์ชั่นแรก ๆ และ Mac OS 10.5 เป็นต้นมา ในยุคที่ Mac ใช้ Intel กลายเป็นภาพจำที่เราคิดว่า ฟอนต์ภาษาไทยใน Mac OS มันสวยกว่าของ PC หรือ Android มาก อยากให้ Windows และ Android เปลี่ยนฟอนต์ไทยให้สวยขึ้นจริง ๆ ดูอย่างฟอนต์เครื่อง ​PlayStation ก็ได้ ฟอนต์ก็สวยพอ ๆ กัน

และเหตุผลที่ผมกลับมาใช้ Mac คืออะไร และตอนนี้ผมใช้คอม Mac ตัวไหนอยู่ มาอ่านกันครับ

Mac ที่ผมใช้คือ Mac Mini

เคยคิดอยากใช้ Macbook Pro แต่พอดูสายงานที่ใช้ และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง พบว่า Mac Mini ไม่เหมาะกับผมแล้ว

ใจจริงที่ซื้อ Mac Mini คือจะเอาไปเป็นเครื่องสตรีมเกม พกพาไปที่บ้านที่กรุงเทพ และทำงานปักหลักในนั้น และตัวผมก็ไม่ได้ชอบการทำงานแบบ Co Working Space หรือทำงานไปจิบกาแฟไปใน Startbucks เท่าไร ยิ่งงานในปัจจุบันของผมที่เป็น Work From Home ไปแล้ว กลายเป็นว่า Macbook Pro มันไม่จำเป็น

ของผมถ้าอยากสร้างบรรยากาศเหมือนทำงานในร้านกาแฟ ผมก็จัดห้องให้ดูโล่ง ๆ สบาย ๆ แล้วทำกาแฟสดทานเอง ก็ได้บรรยากาศแบบนั้นเหมือนกัน และได้ทำงานทันทีเลย

อีกสองสามเหตุผลสำคัญที่เลือก Mac Mini คือ พอร์ตการเชื่อมต่อที่เยอะกว่า Macbook Pro ในปัจจุบัน และผมทำงานด้านสร้างสรรค์ ต้องใช้ ​Display Tablet ในการสร้างงาน Art ตอนแรกว่าจะเอา iPad ​Pro แต่ iPad Pro ตัวใหม่จะออกในปีนี้ แถมพอร์ตการเชื่อมต่อก็น้อย สุดท้ายเลือก Mac Mini ดีกว่า (ในตอนนี้นะ)

ในบรรดาเครื่อง Mac ที่ขาย ๆ กัน Mac Mini คือคอม ​Mac ที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายที่สุด ซึ่งสมรรถนะสำหรับรุ่นปัจจุบันที่ใช้ชิป M1 เทียบเท่ากับ Macbook Pro ที่เปิดตัวในปี 2020 (รุ่น 13″) เพียงแต่ไม่มีจอเท่านั้นเอง

เหตุผลที่ใช้ Mac Mini M1 คือ การเปลี่ยนผ่านของ Apple ที่กล้ามาก

เอาจริง ๆ การออกแบบเครื่อง Mac ที่ใช้ชิป M1 ละม้ายคล้ายคลึงกับระบบปิดของเครื่องเล่นเกม Console

แถมตัวเครื่องภายนอกที่เล็ก ซึ่งคอมพิวเตอร์เล็ก ๆ แบบนี้ก็ไม่ได้มีทุกเครื่องที่ให้ performance ดี ๆ ที่ผมเห็นก็จะเป็นคอมเล่นเกมที่สร้างออกมาเล็ก ๆ แต่กินไฟน้อยกว่าคอมประกอบ ซึ่งคอมประกอบมีข้อเสียตรงที่ใช้ไฟค่อนข้างเยอะ และถ้าจะใช้ UPS ต้องเป็น UPS ที่ปล่อยไฟออกมาเยอะมาก ๆ

จนแล้วจนรอด ช่วงที่ผมทำงานประจำยังมองว่า คอม Mac ยังเป็นอะไรที่ห่างไกลพอสมควร และโอกาสได้มาก็ยากมากด้วย ด้วยราคาที่แพงเอาเรื่อง ผมเลยตัดใจ ยังไม่สนใจ Mac ก่อนดีกว่า

จนกระทั่ง Apple ประกาศใช้ชิปของตัวเองที่เรียกว่า Apple Silicon โดยใช้สถาปัตยกรรม ARM ตอนนั้นผมถึงกับ Hype ทันทีครับ Apple เอาจริงดิ จะมาเวย์นี้เหรอ คอมตั้งโต๊ะกับชิป ARM จะได้จริง ๆ เหรอ แต่ผมเชื่อใจ Apple ครับ เอาไว้ถ้ามีโอกาสซื้อก็จะลองซื้อมาใช้งานดู

อยากได้สเป็ค Mac Mini M1 ตามที่ต้องการ ต้องสั่งทำผ่านทางออนไลน์เท่านั้น

ถ้าไปที่ Apple Store ตามไอคอนสยามหรือเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วไปซื้อ Mac mini M1 แบบวอล์คอิน จะได้แค่เครื่องที่มี RAM แค่ 8GB เท่านั้น ถ้าอยากได้เครื่อง 16GB ก็ต้องสั่งผ่านทางออนไลน์ ถึงแม้ว่าสั่งผ่านทางออนไลน์ แต่ถ้าได้เครื่องจริงๆก็ประมาณสี่ถึงเจ็ดวัน เป็นอะไรที่รวดเร็วมาก ๆ ครับ

หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเยอะ

เอาจริง ๆ ก่อนหน้านั้นผมไม่ได้ใช้ Mac ในชีวิตประจำวัน โดยปกติ ผมจะใช้ผมจะใช้ Mac ในออฟฟิศ เพราะเครื่องในออฟฟิศส่วนใหญ่จะใช้เครื่อง ​Mac กัน ซึ่งในวงการกราฟฟิคดีไซน์จะรู้ดูกันว่าเครื่อง Mac เป็นเครื่องทีมทำงานกราฟฟิคได้ดี

แต่บริษัทที่ผมใช้เครื่อง Mac ก็มีแค่บริษัทเดียว คือบริษัทแรกที่ผมไปทำงานด้วย ถ้าเป็นบริษัทที่สอง ผมไม่ได้ใช้ Mac ครับ เอามาใช้อีกทีก็ช่วงที่ผมมีธุรกิจเป็นของตัวเองอย่างในเวลานี้

แต่โชคดีที่ผมซื้อเครื่อง Mac พร้อมกับมือถือ iPhone ทำให้ผมได้ลอง Ecosystem ของ Apple ไปในตัว และสิ่งที่ใช้ได้ดีที่สุดคือ AirDrop ระหว่าง iPhone กับเครื่อง Mac เราสามารถส่งภาพจาก iPhone เข้า Mac ได้ง่ายที่สุดเท่าที่เคยทำมา อยู่ที่ผมใช้มือถือแอนดรอยด์ การส่งไฟล์ผ่านทางออนไลน์เป็นไปได้ยาก เวลาส่งฝ่ายก็ใช้เวลานาน โดยช่วงที่ใช้พีซีกับมือถือแอนดรอยด์ ผมต้องใช้วันไดรฟ์เป็นตัวกลาง ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้สะดวกเท่าการใช้ AirDrop

และหนึ่งในเหตุผลที่ผมเลือก Mac mini ในการใช้งาน คือการพิมพ์ด้วยเสียงของ Mac

ในวินโดว์ก็มีพิมพ์ด้วยเสียงเหมือนกัน แต่การพิมพ์ด้วยเสียงของวินโดว์มันไม่มีภาษาไทย ส่วนใหญ่ก็จะมีภาษาของโลกที่หนึ่งอย่างภาษาอังกฤษภาษาสเปนภาษาญี่ปุ่น แต่การพิมพ์ด้วยเสียงของ Apple ก็มีคู่แข่งอย่าง Google Voice Typing ของ Google ซึ่งตรงนี้ Google ทำออกมาได้ดีมากๆ แต่เค้าจำกัดในการใช้งานคือ ถ้าเป็นมือถือแอนดรอยด์ เราจะใช้ในพีซีก็ใช้เฉพาะ Google Docs แล้วต้องใช้เว็บเบาเซอร์ Chrome ควบคู่ไปด้วย

แต่ถ้าพิมพ์ด้วยเสียงใน Mac สามารถพิมพ์ตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ เล่นหมายความว่าถ้าผมพิมพ์บล็อกใน WordPress หรือตั้งโพสใน Facebook ก็ทำได้ตรงนั้นเลยโดยไม่ต้องก๊อปปี้และเพลสจาก Google Docs แต่ผมก็งงเหมือนกันทำไมพิมพ์ใน Google Docs ไม่ได้

ใช่แล้วครับ เราไม่สามารถพิมพ์ด้วยเสียงจาก Mac ใน Google Docs ไม่รู้ว่าทาง Google เค้าใส่โค้ดอะไรหรือเปล่าไม่ให้การพิมพ์ด้วยเสียงสามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเลยทีเดียวสำหรับคนที่ชอบพิมพ์งานผ่านทาง Google Docs

ชิป M1 กับการใช้งานจริง

สิ่งที่หลายหลายคนลังเลอยู่กับชิป M1 ที่ใช้ใน Mac รุ่นใหม่ใหม่คือ จะใช้งานควบคู่กับโปรแกรมที่ใช้อยู่ได้เหมือนเครื่อง Mac ที่ใช้ชิป Intel หรือเปล่า จากการใช้งานจริงพบว่า เดี๋ยวช่วงแรกๆของการใช้งานมันจะมีปัญหาเล็กน้อย แต่ถ้าใช้งานบ่อยบ่อยก็จะเริ่มไม่มีปัญหา แต่ปัญหาของการใช้งานแอพที่ใช้ Intel คือ กินทรัพยากรมากกว่าเดิม

ซึ่งแอพที่ใช้ชิป Intel ในเครื่องของผมก็จะมี Onedrive, Spotify, LINE, OBS, Streamlabs ส่วน Affinity Designer, Microsoft Office, Capture One, Lightroom, Photoshop ใช้ชิป Apple แบบ Native เรียบร้อยแล้ว

สิ่งที่ผมสนใจคือ เครื่องคอม Mac ใหม่ใหม่ที่ใช้ชิปของ Apple เป็นแบบ System on Chip ทำให้การทำงานเร็วกว่าเดิมมาก ๆ ซึ่งหลังจากที่ผมใช้ทำงานจริง ๆ พบว่า งานที่เมื่อก่อนทำแล้วเกิดความช้า หรือประมวลผลช้า เซฟช้า กลับทำออกมาได้รวดเร็วมากจนน่าตกใจ ยิ่งงานที่ใช้การประมวลผลมาก ๆ ไม่มีความหน่วงเลย ผมงงมาก ๆ ครับ ทำได้ไง ดังนั้นการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมชิบเป็น M1 ที่ Apple ต้องการเป็นอะไรที่เข้าท่ามากครับ ความรู้สึกคล้ายครึ่งกับการสร้างคือเล่นเกม Console ที่ช่วงแรกๆตัวแอพจะไม่ค่อย รดประสิทธิภาพมากนัก แต่ถ้าผ่านไปประมาณสามสี่ปีเราก็จะเจอแอพที่รีดประสิทธิภาพของเครื่องได้ดียิ่งขึ้น

แต่ถ้าจะใช้งานแบบจริงจังและซีเรียส ตอนนี้ตัว Mac ที่ใช้ชิป M1 ก็ยังไม่ใช่คำตอบ แม้ว่าแอพหลาย ๆ แอพจะใช้ชิป ​M1 แต่ Plug Ins บางตัวกลับใช้ชิป Intel อยู่

แอพที่ใช้งานอย่างจริงจังและยังเป็นชิป Intel อยู่คือ Capture One การใช้งานการตกแต่งภาพและการแต่งสีอะไรต่างๆยังใช้งานได้ตามปกติ ถามว่า ตัวแอพยังเป็น Intel แต่หน่วงไหม คำตอบคือ ไม่ แต่ถ้าเป็น Apple Based คงเร็วกว่านี้

มองให้ Mac M1 เหมือนกับเครื่องเล่นเกม Console

ในปัจจุบัน เครื่องเล่นเกม Console ก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้อัพเกรด Hardware อะไรมากนัก สำหรับเครื่อง PS4 อย่างมากก็สามารถเปลี่ยน HDD

พอมาเทียบกับ Mac Mini M1 และ Mac เครื่องอื่น ๆ ที่ใช้ชิป M1 จะพบว่า Apple กำลังเดินทางไปสู้เส้นทางแหวกแนวอีกครั้ง คือ ไม่เปิดโอกาสให้อัพเกรด Hardware อย่างการเปลี่ยน CPU, GPU, SSD เป็นต้น

ถามว่าในชีวิตประจำวันสำหรับผม จำเป็นต้องเปลี่ยนไหม คำตอบคือ ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น ถ้าจะเปลี่ยน อย่างมากก็เปลี่ยน RAM, Storage แค่นั้น แต่ถ้าเปลี่ยน ​CPU, Mainboard, GPU จะกลายเป็นเปลี่ยนทั้งเครื่องไปเลย เพราะ CPU, GPU, Mainboard ต่างทำงานร่วมกัน CPU, GPU ตัวใหม่ ๆ ต้องคู่กับ Mainboard ใหม่ ๆ ด้วย รวมถึง SSD รุ่นใหม่ ๆ ในตอนนี้เอาไปใส่กับ ​Mainboard รุ่นเมื่อ 5-6 ปีที่แล้วไม่ได้ เพราะไม่มีช่องใส่

แต่คราวนี้ มาแบบไม่ให้อัพเกรดทั้ง SSD, RAM ไปด้วย กลายเป็นว่า เป็นการสร้างนิสัยในการซื้อ PC ใหม่เลย คือ ถ้าจะอัพเกรดให้เต็ม ต้องซื้อตั้งแต่ตอนแรก

ผมคิดว่า คงเป็นเทคนิคการตลาดของ Apple ด้วยที่ปัจจุบันเน้นทำกำไรด้าน Hardware เป็นหลัก ถ้าเครื่องตกรุ่น ก็ซื้อเครื่องใหม่ อะไรแบบนี้ แต่ Apple จาเน้นขายประสบการณ์การใช้งานที่ดีมากๆ แต่การใช้งานโดยปกติ ไปจนถึงบริการหลังการขาย จริงๆไม่ใช่แค่นี้ครับ ยังรวมไปถึงตอนก่อนจะซื้อหน้าร้านด้วย สังเกตง่ายง่ายเวลาเราดูสินค้าของ Apple พนักงานขายจากไม่เข้ามาประชิดตัวเรา ปล่อยให้เราดูสินค้าของแอปเปิ้ล แล้วทดลองใช้สินค้านั้นให้เต็มที่ไปเลย

ข้อสังเกตการใช้งานที่ควรรู้

  • ต้องปรับตัวอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะการใช้ Shortcut การเปลี่ยนภาษาของ Mac ยุคหลัง ๆ จะใช้ Control+Space Bar ถ้าใช้ชินกับ Windows ที่ใช้ ` หรือ Win+Spacebar ต้องปรับตัวพอสมควร อย่างของผมใช้ Win+Spacebar กลายเป็นว่าผมเข้า Spotlight โดยไม่ได้ตั้งใจอยู่เรื่อย (หรือบางทีเรียก Siri)
  • ถ้าจะใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพต้องมีคีย์บอร์ดและเมาส์ (หรือ Trackpad ที่โคตรของโคตรแพง) ของ Apple แม้ว่าจะใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ของ PC ได้ แต่เวลาเลื่อนหรืออะไรก็ตามมันจะไม่สุด และถ้าใช้เมาส์ปกติเล่น Safari เวลาเลื่อนดูหน้าเว็บจะไม่เนียนตา เหมือนกับเราเลื่อนหน้าเว็บสมัยก่อน
  • ถ้าไม่ได้ใช้งานอย่างจริงจัง RAM 8GB ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าใช้งานอย่างจริงจัง ควรใช้ RAM 16GB ถึงจะพอ แต่เอาจริง ๆ Mac M1 ใช้ RAM เยอะมาก เพราะเอา RAM ปกติกับ RAM การ์ดจอมารวมกัน ถ้าใช้แอพที่ใช้ GPU ร่วมด้วย จะยิ่งกิน RAM ไปอีก ซึ่งตรงนี้ ไม่รู้ Mac บริหาร RAM แบบเดียวกับ iOS หรือเปล่า เพราะ iOS RAM น้อย แต่ทำไมไหลลื่น หรือสามารถตัดต่อคลิปใน iPad ได้ไหลลื่น ถ้าใช้การบริหาร RAM แบบเดียวกับ iOS RAM 8GB ก็เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปได้ดี
  • โปรไฟล์สีของ Mac เหมือนจะไม่ค่อยสดเท่าไร สำหรับคนถ่ายภาพแล้วเวลาแต่งภาพใน Lightroom หรือ Capture One แล้วพอแต่งค่าเหล่านี้ รู้สึกว่า สียังไม่อิ่มพอ ผมก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน คงเพราะ Mac ไม่ได้ให้สีสด ๆ มั้ง
  • Machine Learning ของ Mac ในปัจจุบันต้องรอ App ที่ใช้งานด้านนี้อย่างจริงจัง ปัจจุบันมีบางแอพที่ใช้แล้ว ดังนั้น ใครซื้อ Mac M1 แล้วหวังอนาคตในการใช้งาน ถือว่าคิดถูกแล้ว ส่วนฝั่ง PC ต้องจับตาดูกันอีกที เพราะฝั่ง PC ไม่รู้ว่า CPU ที่รองรับ Machine learning โดยเฉพาะจะมาตอนไหน
  • ไม่สามารถอัพเกรดทีหลังได้ ถ้าใครซื้อ Mac Mini คิดให้ดี ๆ ก่อนซื้อ แนะนำเตรียมเงินก้อนแล้วซื้อรุ่น CTO เพียงพอกับการใช้งานไปเลย (ควรเป็น RAM 16GB RAM 512GB เป็นต้นไป)
  • พิมพ์ด้วยเสียงโดยกดปุ่ม Control 2 ครั้งใน Google Docs ไม่ได้ อยากจะพิมพ์ด้วยเสียง ใน Google ด็อก ก็ต้องใช้ Google Voice Typing แล้วต้องพิมพ์ใน Google Chrome ด้วย
  • งานด้านสตรีม เช่น สตรีมเกม สตรีมตามอีเวนท์ต่าง ๆ ตอนนี้ Mac ที่ใช้ชิป M1 ยังไม่เหมาะจริงๆ เนื่องจากโปรแกรมที่เอาไว้สตรีมไม่ได้สนับสนุนชิบ Apple Silicon 100% ในตอนนี้
  • ไม่สามารถต่อจอแยกได้ แม้ว่าจะมีพอร์ท Thunderbolt ก็ตาม (คืองงมาก ทำไมเป็นแบบนี้)

สรุปคือ ซื้อดีไหม

ถ้าเป็นคนอยากลองอะไรใหม่ใหม่ น่าซื้อเลยครับ และควรซื้อรุ่น 16GB

แต่ถ้าเป็นคนที่ใช้งานระดับมืออาชีพ และมีเครื่อง Mac Intel ที่ CTO แรง ๆ อยู่แล้ว ผมแนะนำว่า รอไปก่อน เพราะได้ข่าวว่า Apple จะออก Mac รุ่นระดับมืออาชีพที่ใช้ชิป M1X ในปีนี้ ซึ่ง Mac Mini แม้ว่าปัจจุบันจะแรงเวอร์ ๆ แล้ว แต่ M1X ยังแรงได้อีก โดยใน segment ของ Mac Pro ต้องมีอุปกรณ์หรือสเปคที่แรงกว่า Mac Mini แน่นอน ถึงเวลานั้น แอพหลาย ๆ ตัวก็ Support กับ Mac Mini M1 แล้วครับ

แต่ดูจากสถานการณ์โดยรวม แอปเปิ้ลคงไม่กลับมาใช้ชิป Intel อีกต่อไป

อีกนิด

อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนสงสัยคือ ถ้าแอปเปิ้ลผลิตชิปของตัวเองได้แล้ว ราคา Mac ในอนาคตจะถูกลงหรือเปล่า สำหรับผม ผมมองว่าอาจจะถูกลงแค่นิดเดียว หรือราคาไม่ถูกเลย ราคาเหมือนเดิม

เหตุผลที่ราคาถูกลงก็รู้กันอยู่ว่าเป็นชิพของ Apple ซึ่งต้นทุนจะถูกกว่าอยู่แล้ว แต่ช่วงแรก ๆ จะไม่ถูกมาก เพราะต้องการคืนส่วนทุนของการวิจัยและพัฒนา ต้องใช้เวลานานนิดนึงกว่าจะถูกจริงๆ

ส่วนเหตุผลที่บอกว่าราคาคงเหมือนเดิม เพราะ Apple อาจจะลงทุนไปกับส่วนประกอบอื่น ๆ ของสินค้าของแอปเปิ้ลเอง เช่น ใช้วัสดุที่มีราคาแพงกว่า หรือเพิ่มนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ใหม่เข้าไปในสินค้าของตัวเอง ซึ่งมีต้นทุนในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาไปอีก

แต่สิ่งที่เซอร์ไพรซ์จริงๆคือคุณสามารถเป็นเจ้าของคอม Mac ได้ในราคาที่ถูกกว่าเมื่อก่อนอย่างแท้จริง พอมานั่งดูราคาคอม Mac ในยุค Intel รู้สึกว่ามันแพงเกินเบอร์จริง ๆ เรื่องแบบนี้ต้องดูกันยาว ๆ ครับ

Published by Campzzz

บล็อกเกอร์สายอินดี้ ไม่รับสปอนเซอร์ พูดกันตามความจริง ไม่มีการอวย อันไหนดีก็บอกว่าดีและแนะนำ แต่ถ้าอันไหนไม่ดีก็จะแนะนำครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: