หมดหนทางกับการปั้นเพจแบบเดิม ๆ

ผมไม่รอให้โพสต์ของตัวเอง Go Viral แบบงง ๆ ใน Facebook

เพราะโอกาสเกิดมันยากมาก ต้องมีคนที่ติดตามเราที่มีผู้ติดตามเยอะ ๆ เห็นก่อน แล้วแชร์

และกว่าจะได้ คือนาน และความคิดเห็นมันไม่ตรงไปตรงมา แต่กลับเอาใจเค้า

ช่วงหลัง ๆ ผมไม่รับอาชีพแอดมินเพจใด ๆ เพราะ Algorithm Facebook เข้าขั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้

ต่อให้เป็น Content Creator ผมก็ไม่รับอาชีพนี้มาทำ

ถ้าจะทำ เวลาหาเงินจะหาเงินจากคนดู ผ่านการ Donate หรือ Subscribe แบบสตรีมเมอร์

เพราะเอาเข้าจริง ๆ เราเขียน Content เพื่อให้คนที่สนใจดู ไม่ใช่ให้สปอนเซอร์ดู

ทฤษฎีการปั้นเพจแบบเดิม ๆ ใช้ไม่ได้ในยุคนี้อีกต่อไป

MacBook Air on table

ซื้อผู้ติดตาม ซื้อเพจ ซื้ออะไรต่าง ๆ ที่ดูโกง ตอนนี้เริ่มขายไม่ออกแล้ว

เอาจริง ๆ Facebook ถือเป็นสื่อเผด็จการรูปแบบนึง

ไม่แปลกที่เด็ก ๆ ในยุคนี้เค้าเริ่มไม่ใช้ Facebook กัน ไหนจะขอบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตน

หรืออัพรูปที่ติดใบหน้า เจ้าตัวในเฟสรู้เห็น

และ Facebook จะควบคุมโพสต์ของเราว่าให้ใครเห็น ไม่ให้ใครเห็นโดยเราไม่รับรู้

ตั้ง Post แบบ Public แต่ผลที่ออกมามัน Specific friends

และอีกอย่าง จำนวนเพื่อนที่เยอะ ๆ ที่เราแอดกันโดยไม่ตรวจสอบ มันค่อนข้าง Useless

ผมเข้าไปดูจำนวนเพื่อนของเฟสดัง ๆ พบว่า คนกดไลค์ไม่กี่คน

แต่ถ้าเป็นรูปสวย ๆ คนกดไลค์จะเยอะมาก

ซึ่งคนที่มาก่อนหน้านั้น คือได้ฐานผู้ติดตามมาเยอะ

ซึ่งถ้าจะมีผู้ติดตามเยอะ ๆ โดยทำทั้งหมดใน Facebook เป็นเรื่องที่ยากมาก

คนจะติดตาม ต้องติดตามมาจากที่อื่น

person using silver iPhone 6

ที่อื่นในที่นี้ คือที่นอกเหนือจาก Facebook

อย่างเช่น บล็อก YouTube, Instagram, การออกรายการ, การรับอาชีพที่เจอคนเยอะ ๆ แล้วแจก Facebook ให้แอดกัน

แต่การจะรู้จักจากทางอื่นได้ บางอย่างต้องใช้เงิน ต้องแลกอะไรบางอย่าง ต้องแลกเวลาในการสร้างตัวตน ฯลฯ

ซึ่ง 70% ของคนที่ติดตาม มักจะมาจากที่อื่น ที่ไม่ใช่ใน Facebook

ถ้าใน Facebook จำเป็นต้องให้เพจอื่น ๆ โฆษณาเราอีกที

แต่ไม่ใช่ทุกคนจะโฆษณาเก่ง คนที่ติดตามจากเพจนั้นเค้ามองออก

ผมเน้นย้ำเสมอว่า ถ้าอยากจะสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ ต้องสร้างผ่านที่อื่นที่ไม่ใช่ Facebook

หัดเป็นฝ่ายรุกบ้าง

football player playing on green grass field

เอาจริง ๆ ผมหลงรักการรุกมากกว่าเป็นฝ่ายรับ

ตอนช่วงที่ทำ YouTube แรก ๆ ผมเอาแต่ทำคลิปอย่างเดียว เน้นทำ SEO ให้คนสนใจเรื่องนั้น ๆ เข้ามาดูเนื้อหาของเรา ซึ่งกว่าจะโตได้ ใช้เวลาเป็นปี

แต่พอใช้วิธีรุก คือเข้าไป Comment เพจหรือ YouTube ช่องดัง ๆ ช่องอื่น ๆ เรื่อย ๆ เพื่อเป็น Spotlight ให้เข้ามาในเพจของเรา ปรากฎว่า วิธีนี้ช่วยในการ PR ตัวเองได้ดีเยอะ

แต่การ Comment ต้อง Comment แบบธรรมชาติ ยุคนี้เป็นยุคนับถือความจริง ถ้ามัน Fake เกินไป คนอื่นจับได้ ต่อให้เราจับไม่ได้ แต่คนอื่นอาจจะบอกว่า จับโป๊ะได้ และเมื่อจับโป๊ะได้ คนอื่นก็จะแห่กันเชื่อไปเลย

หรือจะรุกแบบ Collab กับคนอื่น ก็ได้เหมือนกัน แต่การ Collab ก็ต้องมีฐานแฟนคลับอยู่พอสมควร และมี Content ที่บ่งบอกความเป็นตัวของตัวเอง

จะเอา Content Creator โนเนมไป Collab กับคนดังน่ะเหรอ

ถ้าคนดังคนนั้นเค้าเป็นเพื่อนซี้ของเรา อันนี้ได้เลย

แต่ถ้าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว คงไม่ดีเท่าไร

สรุป

การให้คนติดตามเยอะ ๆ ใน Facebook อย่างเดียวไม่ใช่ผลดี เราควรสร้างตัวเองจากสื่ออื่น ๆ (และหลาย ๆ สื่อ)

แล้วให้คนเข้าไปติดตามอะไรใน Facebook เพื่อเหมือนเป็นตัว Notification

และการทำสื่อโดยเปิดให้คนเข้าไปคุยก็เป็นเรื่องที่ควรทำ

เอาจริง ๆ เพจชาวงัต Content ไม่มีอะไรมาก มีแต่แชร์รูปสาว ๆ แต่เพจนี้ที่ดังและมีแต่โพสต์ของเพจนี้ เพราะชาวงัตเค้า Comment กันรัว ๆ และบ่อย ๆ หรือเข้ามาโหวต ออกแนวบันเทิง

เลยกลายเป็นว่า เพจชาวงัต เป็นเพจ คุ ณ ภ า พ ในที่สุด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.