ข้อแนะนำสำหรับช่างภาพมือใหม่ปี 2019

แม้ว่าข่าวเรื่องยอดขายกล้องไปในทางที่ลดลงกว่าเมื่อก่อน แต่อย่างไรก็ตาม การเป็นช่างภาพในยุคนี้ก็ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถสร้างรายได้ในช่องทางนี้ได้ครับ แต่อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะเดี๋ยวนี้ช่างภาพเป็นกันเยอะมาก ใคร ๆ ก็สามารถเป็นช่างภาพได้ เพียงแค่มีกล้องและไปถ่ายรูป

ด้วยความที่ช่างภาพมันเยอะ แต่ความต้องการของช่างภาพเดี๋ยวนี้ลดลงเพราะคนทั่วไปไม่ได้ต้องการกล้องอะไรขนาดนั้น เนื่องจากคนทั่วไปเค้าใช้กล้องมือถือถ่ายรูปเก็บภาพ แค่นี้ก็พอ ทำให้หลาย ๆ คนมองว่า อาชีพช่างภาพเดี๋ยวนี้หาเงินยากกว่าเดิมมาก ยิ่งถ้าเป็นช่างภาพถ่ายงานรับปริญญา อันนี้คือ ยากสุด ๆ ยากเพราะตอนหาบัณฑิตนี่แหละ เอาแค่ได้บัณฑิตมาจ้างงานก่อน ถ้าได้ ความยากมันก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ Way ที่ผมกำลังจะแนะนำในตอนนี้ เป็น Way ทางเลือกที่ช่างภาพบางคนอาจจะชอบก็ได้ เพราะเราอยากจะถ่ายและลงผลงานโดยที่ตัดเรื่องการแก้งานจากลูกค้าได้ ผมเชื่อว่า พวกงานถ่ายภาพที่รับจ้าง จะมีปัญหาเรื่องการถ่ายให้ได้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ บางคนไม่ได้ชอบให้ใครมาสั่งให้เราถ่ายโน่นถ่ายนี่ ซึ่งผมเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน

แต่ Way ที่อยากจะถ่ายอะไรก็ถ่ายก็ไม่ได้ง่าย ๆ เหมือน Way รับจ้างถ่ายภาพ และกว่าจะได้เงินก็ยากกว่าเดิมอีก แต่ถ้าติดลมบนแล้ว บอกเลยครับว่า งานนี้มีแต่คุ้ม ทำตามสไตล์ของตัวเอง และงานมันจะมีค่ามากขึ้น แล้วคนที่เข้าหาจะเคารพในฝีมือขงองเรา

แล้วข้อแนะนำสำหรับช่างภาพมือใหม่ปี 2019 เป็นยังไงนะ ไปอ่านกันเลยครับ

สำหรับคนที่อยากมีกล้อง เริ่มต้นด้วยกล้องระดับ New-Entry ที่เปลี่ยนเลนส์ได้จนถึงระดับกลาง

กล้อง New-Entry ที่เปลี่ยนเลนส์ได้จนถึงระดับกลางเป็นกล้องที่ผมมองว่า สามารถถ่ายเพื่อสร้างโปรไฟล์ของเราเองได้อย่างดีเยี่ยมครับ เราถ่ายอะไรไปแล้ว มันก็ได้ใกล้เคียงกับกล้องรุ่นใหญ่ ๆ ซึ่งข้อดีของกล้องระดับนี้คือ การใช้งานจะง่าย และการพกพาไปถ่ายอะไรที่ไหนก็สะดวก เป็นมิตร ยิ่งถ้าเป็นกล้องหน้าตาแบบ Rangefinder หลาย ๆ คนจะมองว่าเป็น “กล้องเล็ก” และสามารถเอาเข้าไปงานบางงานได้

แต่ถ้ายังไม่มีงบซื้อกล้องดี ๆ เจ๋ง ๆ เหมือนคนอื่น แต่มีมือถืออยู่ เอามือถือนี่แหละครับ ฝึกถ่ายภาพได้

กล้องมือถือเดี๋ยวนี้ให้มุมมองภาพแบบ 24-28mm ซึ่งเป็นมุมมองระดับ Wide ที่สามารถถ่ายอะไรก็ได้ง่าย ๆ และถ้าอยากซูมให้เป็นระยะ Normal ก็ซูม 2x ในมือถือก็ได้แล้ว โดยกล้องมือถือจะช่วยเรื่องการวางมุมมองของเราเพื่อถ่าย สิ่งที่สำคัญที่สุดในการถ่ายภาพ ไม่ใช่เรื่องของความเทพของกล้อง แต่เป็น “มุมมองที่เราวาง” ต่างหาก ถ้าเราวางมุมมองภาพดี ๆ ภาพนั้นจะดูเด่นขึ้นมาทันที

สำหรับคนที่ซื้อกล้องระดับ New-Entry ถ้ามีเงินซื้อเลนส์เพิ่ม คราวนี้ต้องดูแล้วว่า เราจะใช้กล้องของเราถ่ายอะไร

  • ถ้าเน้นถ่ายไอดอล หรือคนดังแบบ Candid ควรเลือกกล้อง Olympus หรือ Panasonic ที่ใช้เซนเซอร์ M4/3 เพราะเราสามารถซูมได้เยอะ
  • ถ้าเน้นถ่ายภาพบุคคล อยากให้เริ่มที่ Full Frame อย่าง Canon EOS RP ซึ่งเป็นกล้อง Full Frame ที่ปัจจุบันราคาจับต้องได้ และฟังก์ชั่นใช้งานได้ง่ายมาก เหมาะกับมือใหม่
  • ถ้าเน้นถ่ายภาพ Street ให้เลือกกล้องที่รูปทรง Rangefinder และพ่วงด้วยเลนส์ระยะ 28,35mm หรือ 50mm ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใช้เลนส์ไหนเป็นพิเศษ ให้ใช้เลนส์คิทถ่ายภาพ Street ไปก่อน ตรงนี้ไม่กำหนดขนาดเซนเซอร์ เลือกใช้ได้ตามสะดวก
  • ถ้าชอบถ่ายงานกีฬาที่ต้องซูมเยอะ ๆ ก็เลือกกล้องเซนเซอร์ APS-C หรือ M4/3 เพราะกล้องเหล่านี้โฟกัสเร็วมาก
  • ถ้าถ่ายภาพลงเว็บ Stock ต่าง ๆ ควรหากล้องที่สามารถถ่าย 4K 60fps ครับ ได้ใช้แน่ เพราะราคาวีดีโอ 4K แรงอยู่

อย่างไรก็ตาม คำแนะนำเหล่านี้เป็นคำแนะนำพื้น ๆ ครับ ก่อนจะเลือกซื้อกล้องควรศึกษากล้องแต่ละตัวว่าเน้นใช้งานแบบไหนจะดีที่สุด และที่สำคัญ อย่าซื้อกล้องราคาแพงมากก่อน ถ้ามีเงินแล้ว ค่อยขยับไปที่กล้องราคาแพงได้เลย

ย้ำอีกที! ดูงบของเราด้วย ถ้างบไม่พอ ก็อย่าเพิ่งฝืน

สร้างโปรไฟล์ Social Network

อันนี้สำคัญไม่แพ้กับการเลือกกล้องดี ๆ เลยครับ ก่อนอื่นเลย ต้องมี Social Network เพื่อลงงานของเราตลอดเวลา อย่างเวลาเราถ่ายอะไรไป และมีคนขอ Contact ก็สามารถให้ Social Network ของเราไปได้ โดย Social Network ที่ควรมีก็จะมี

  • Facebook Page
  • Instagram
  • Twitter
  • YouTube (ถ้าถ่ายวีดีโอ)
  • Blog

ซึ่งสำหรับผม ที่ต้องมีเป็นอันดับแรกคือ Blog กับ Instagram ครับ เพราะว่า Blog เราสามารถจดโดเมนเนมเป็นชื่อเฉพาะของเราได้ และใช้เป็นแบรนด์ของเราได้เลย ส่วน Instagram ทุกวันนี้ถูกออกแบบมาเหมือนเป็น Homepage ไปแล้ว และในหน้า Instagram ก็ออกแบบให้มีแต่ภาพ ดังนั้น ทั้ง Blog และ Instagram ควรมีก่อนเลยครับ

ส่วน Social Network อื่น ๆ ก็ทยอยมีได้ อย่าง Facebook Page, Twitter, YouTube โดย Facebook Page ก็ลงผลงานของเราไปเรื่อย ๆ ไม่จำเป็นต้อง Boost Post แต่อย่างใด ให้เราเก็บเหมือนเป็น Portfolio ให้คนได้เปิดดูเหมือน Instagram ส่วน Twitter อันนี้ก็เล่นตาม Hashtag ครับ

แต่บอกไว้ก่อนว่า ถ้าเป็นช่างภาพสายตามถ่ายไอดอล ต้องยิ่งมี Twitter เลย เพราะแฟนคลับที่ติดตามไอดอลเค้าเล่น Twitter กันมากกว่า Facebook และถ้าเราอัพรูปที่ถ่ายไอดอลแล้ว และมีการใส่ Hashtag เป็นชื่อไอดอลคนนั้นไปด้วย ถ้าภาพถ่ายสวย จะเป็นการโปรโมทช่างภาพไปในตัวเลย

ย้ำอีกครั้งครับ ช่างภาพสายถ่ายไอดอล ต้องมี Twitter!!!

หาเวลาว่างไปถ่ายรูปทุกวัน

แม้ว่าจะเป็นช่างภาพสายตามถ่ายไอดอล แต่ไอดอลก็ไม่ได้ปรากฎตัวทุก ๆ วัน ถ้าเรารอแต่ให้ไอดอลออกมาแล้วเราถ่าย สุดท้าย ฝีมือของเราก็ไม่เติบโตและประสบการณ์ก็ไม่โตซะที ผมแนะนำว่า ช่วงหลังเลิกงานหรือหาเวลาว่าง ๆ แล้วออกไปถ่ายรูปกันดีกว่า เพราะถ้าเราได้ถ่ายภาพ เราก็จะได้ประสบการณ์ และถ้ายิ่งมีประสบการณ์มาก ทำให้เราถ่ายรูปออกมาแบบอัตโนมัติเหมือน Feeling ไปเองเลย

แต่บางคนสงสัย แล้วถ้าวันนั้นยุ่งมาก ๆ แบบว่างานมาทั้งวัน ไม่ได้ออกไปไหนเลย ยังไงก็ต้องหาเวลาถ่ายครับ ไม่ต้องใช้กล้องจริง ๆ ถ่ายก็ได้ ใช้กล้องมือถือถ่ายนั่นแหละ แบบว่า เห็นมุมอะไรสวย ๆ ก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายเลย

ฝึกพฤติกรรมถ่ายรูปแบบนี้ให้เป็นนิสัย และการถ่ายรูปมันไม่จำเป็นว่าคุณต้องแบกกล้องไปถ่ายรูป หยิบมือถือและออกไปถ่ายก็ทำให้ได้ภาพและได้แชร์แล้ว

หาคนสนิท 1 คนเป็นแบบให้

ถ้าใครอยากเป็นช่างภาพสาย Portrait คราวนี้ต้องหานายแบบหรือนางแบบ Exclusive ที่คอยเป็นแบบเพื่อฝึกให้ถ่ายรูปกันแล้วครับ ซึ่งนายแบบหรือนางแบบ ไม่จำเป็นต้องหุ่นดีก็ได้ แต่แค่ของให้เราถ่ายให้ก็พอ ตรงนี้ ถ้าเค้าไม่รู้ว่าต้องโพสท่าอะไร ลองเปิดดู Pinterest และ Pin พวกโพสต์ท่าสวย ๆ ได้ จากนั้นก็ลองถ่ายกัน

เอาคนหน้าตาธรรมดา หุ่นธรรมดาถ่ายจะดีมากกว่ารอแต่คนหน้าตาดีหรือหุ่นดี ๆ และไปถ่ายกัน ตรงนี้ต้องหาคนธรรมดาทั่วไปและนัดไปถ่ายกันบ่อย ๆ ครับ ซึ่งเอาวงเพื่อนนี่แหละมาเป็นแบบให้ ผมเชื่อว่า ผู้ชายหรือผู้หญิงเดี๋ยวนี้ก็กำลังมองหาช่างภาพส่วนตัวเพื่อได้ภาพสวย ๆ และเราก็เป็นช่างภาพส่วนตัวให้เค้า เค้าก็ได้ภาพและฝีมือการโพสท่า เราก้ได้ภาพ และได้ฝีมือการถ่ายภาพด้วย Win-win ทั้งสองฝ่าย

คำถามคือ ทำไมเราต้องหาเพื่อนสนิทเป็นแบบถ่ายให้ เพราะค่าใช้จ่ายมันจะไม่เยอะเท่าเอานางแบบมาถ่าย ถ้าเอานางแบบมาถ่าย คนที่เสียเงินคือช่างภาพอย่างเรา ๆ และถ้าเราไม่ได้มีเงินเยอะพอ ก็เอาเพื่อนสนิท ๆ กันมาถ่ายก็ได้ครับ

และถ้าคนสนิทที่ว่า เป็นแฟน ก็ดีเลยครับ เพราะแฟนจะได้รูปสวย ๆ ลง Social Network และเราได้ค่าประสบการณ์ถ่ายภาพไปด้วย

ตามถ่ายไอดอลหรือสาวสวย

เอารูปน้องแพท Pinku No Tori ไปก็แล้วกันครับ

ผมยังยืนยันว่า การตามถ่ายไอดอลเป็นช่องทางที่ทำให้ช่างภาพดังเร็วเอาเรื่องอยู่ครับ พอ ๆ กับตามถ่ายพริตตี้เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ซึ่งการตามถ่ายไอดอลที่มันดังเร็วเพราะคนสนใจไอดอลเยอะมาก และยิ่งถ้าถ่ายแต่ไอดอลคนนั้นอย่างเดียว ทำให้คนที่ติดตามไอดอลคนนั้นเค้าจะมาติดตามช่างภาพอย่างเรา ๆ ไปโดยปริยาย

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นไปได้อยากให้ตามถ่ายไอดอลวงที่กำลังจะดัง แต่งานก็มาเรื่อย ๆ หรือแม้แต่ทีมเกมเมอร์สาวอย่าง Pinku No Tori เพราะกลุ่มเหล่านี้ยังไม่มีคนตามถ่ายแบบจริง ๆ จัง ๆ ซึ่งอย่าลืมว่า มีคนที่ติดตามไอดอลแต่ละคนอยู่แล้ว

อ้าว!!! แล้วถ้าเอาแต่ถ่ายคนที่ยังไม่ดัง เราก็ไม่ดังตามสิ มันก็จริงอยู่ ก็ถ่ายไอดอลดัง ๆ สลับ ๆ กัน แต่ต้องนาน ๆ ทีถ่ายนะ เพื่อดึงส่วนแบ่งของคนที่ติดตามไอดอลดัง ๆ มาสนใจไอดอลที่กำลังจะดังได้

ทักทายช่างภาพด้วยกันที่ดัง ๆ

การทักทายช่างภาพด้วยกันที่ดัง ๆ ก็ทักทายใน Social network นี่แหละครับ อย่างพวกกลุ่มต่าง ๆ ใน Facebook ที่ตอนนี้ทาง Facebook ผลักดันกลุ่มให้เป็นฟังก์ชั่นแรก ๆ ที่สำคัญมาก ๆ หรือขยันส่งพอร์ทเราเข้ากลุ่มต่าง ๆ ที่ดัง ๆ ซึ่งกลุ่มที่ผมแนะนำเลยคือกลุ่ม Lightroom Presets Idea

โดยกลุ่มนี้ต้องแต่งภาพใน Lightroom ก่อนนะครับ แต่งภาพเป็นโทนสีแปลก ๆ ที่ไม่เหมือนโทนอื่น ๆ ตรงนี้จะทำให้เราได้เจอคนที่แต่งภาพเก่ง ๆ ได้

ทำอย่างสม่ำเสมอ

บรรจุให้การถ่ายภาพเป็นหนึ่งในสิ่งทีต้องทำในทุก ๆ วัน ไม่ทำแล้วเหมือนอะไรบางอย่างมันขาดหายไปในชีวิต ซึ่งการจะทำแบบนี้ได้ ต้องบังคับตัวเองให้ออกไปถ่ายรูปทุกวันครับ

และถ้าการพกกล้องออกไปถ่ายยังไม่สะดวก ผมแนะนำให้ใช้มือถือถ่าย ซึ่งมือถือยุคนี้ควรเป็นมือถือ 2 เลนส์ขึ้นไปครับ ยิ่งถ้าเป็น 3 เลนส์จะดีมาก ทำให้เราได้ถ่ายมุมที่กว้างมากขึ้น และฝึกการถ่ายจากมุมมองแต่ละมุมมองเพื่อเอาไว้ใช้จริงกลับกล้องจริง ๆ

ถ่ายแล้วอย่าเพิ่งเก็บเอาไว้กับตัว ให้ลงเป็น Port ใน Social Network เอาไว้

นำภาพไปขายในเว็บสต็อก

แม้ว่าภาพที่ลงในเว็บสต็อกมันจะยิ่งขายยากมากขึ้นในทุก ๆ วัน แต่บริการ Stock Photo เจ้าอื่น ๆ ก็เปิดให้บริการพอสมควรครับ ซึ่งจุดเด่นของพวก Stock Photo พวกนี้คือ ไม่มีค่าร้านในการฝากไฟล์ ทำให้เราสามารถฝากไฟล์ได้กี่ภาพก็ได้

และช่างภาพสายน้าที่ชอบถ่าย Portrait สวย ๆ หลาย ๆ คนอาจจะเลี่ยงเพราะเรื่องของการยื่นใบ MR แต่จริง ๆ มันก็ไม่ได้มีอะไรเลยครับ เพราะถ้าแบบของเรายินยอมให้เอาภาพที่ถ่ายไปขาย เค้าก็เซ็นให้อยู่แล้ว

ข้อดีของการขายภาพในเว็บสต็อกคือ ไม่มีใครมานั่งกำหนดว่า คุณต้องถ่ายภาพแบบโน้นแบบนี้ แต่ถ่ายจาก Passion ของเราตรง ๆ ไป เพียงแต่มันจะมีข้อยกเว้นและเรื่องยิบย่อยนิด ๆ หน่อย ๆ ที่เราต้องศึกษาเพิ่มเติม และการศึกษาที่ว่า ส่วนนึงก็มาจากการออกไปถ่ายทุกวันนี่แหละครับ

ตั้งโจทย์ที่จำกัดกับตัวเอง เผื่ออาจจะเจอแนวถ่ายภาพของเราเอง

ในช่วงแรก ๆ ของการถ่ายภาพ เราจะลองถ่ายภาพอะไรหลาย ๆ อย่างมาก อย่างถ่ายมุม Wide ถ่าย Shutter B, ถ่ายไอดอล, ถ่ายพริตตี้ ถ่ายเยอะแยะไปหมด แต่ปัญหาที่ตามมาสำหรับการถ่ายอะไรก็ได้คือ แนวทางของเราจะไม่ชัดเจน และถ้าอยากให้แนวทางการถ่ายภาพของเราชัดเจน คนอื่นเห็นเลยว่า นี่แหละคือเราถ่าย ให้ลองเริ่มกำหนดโจทย์การถ่ายภาพที่จำกัดให้กับตัวเอง และออกไปถ่ายกัน อย่างเช่น

  • ถ่ายภาพคนด้วยเลนส์ระยะ 28mm
  • ถ่ายภาพ Street ด้วยมุมมองระยะ 50mm
  • ถ่ายภาพอะไรก็ได้ที่มีสีส้มอยู่ในภาพ
  • ถ่ายภาพนางแบบที่โชว์พุงสวย ๆ
  • ฯลฯ

ซึ่งนี่แหละคือโจทย์ข้อจำกัด ซึ่งมันไม่ใช่แค่ถ่ายภาพอย่างเดียว ยังรวมไปถึงการ Process ภาพใน Lightroom ด้วย โจทย์ก็จะเป็น ถ่ายภาพใส ๆ ชมพู ๆ แบบญี่ปุ่น หรือถ่ายกลางแดด Contrast จัด ๆ, ถ่ายเสยขึ้นบนฟ้า ฯลฯ

ทำข้อจำกัดที่ว่า จะช่วยทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น และเก่งไปทางใดทางหนึ่งมากขึ้น ซึ่งข้อพิสูจน์นี้ ผมได้มาจากการที่ช่วงแรก ๆ ผมมีงบซื้อเลนส์ตัวใหม่แค่เลนส์ Geekster 35mm f1.6 เท่านั้น ซึ่งถ่ายเอาไว้ให้หน้าชัดหลังเบลอ แต่พอใช้ไปใช้มา ปรากฎว่า เลนส์ระยะนี้แหละ เป็นเลนส์ที่ผมชอบมากที่สุด เพราะมุมมองที่ถ่าย มันไม่กว้าง ไม่ Crop มากเกินไป และภาพหลัง ๆ ที่ถ่ายมา มันก็ติดสไตล์ภาพที่มาจากเลนส์ 35mm f1.6 ตลอด และพยายามหามุมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเลนส์ระยะนี้ครับ

ดังนั้น ถ้าเราได้ถ่ายภาพหลาย ๆ แนว คราวนี้จำกัดอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ บ้าง เพราะการจำกัดสถานการณ์ ทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

พยายามสร้างสรรค์เทคนิคภาพใหม่ ๆ

การสร้างสรรค์เทคนิคภาพใหม่ ๆ ในที่นี้ ไม่ใช่แค่เอาไฟแช็คไปจ่อตรงเลนส์ หรือวางปริซึ่มใกล้ ๆ เลนส์เท่านั้น ยังรวมไปถึงการสร้างภาพ 3D Photo ใน Facebook ครับ พยายามหาเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อฝึกให้เราถ่ายภาพเป็นตัวของตัวเองยิ่งขึ้น ยุคนี้ ภาพสวย ไม่พอ ต้องเป็นตัวของตัวเองด้วย

ลองประกวดถ่ายภาพบ้างก็ได้

และนี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมเราต้องถ่ายภาพทุกวัน เพราะภาพที่เราถ่ายเอาไว้ใช้ประกวดได้ด้วยครับ ถ้าภาพไหนมันเข้ากับหัวข้อประกวด ก็สามารถส่งประกวดได้เลย ตรงนี้ถ้าเราติดอันดับ เราจะเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่พูดถึงมากขึ้น ช่างภาพหลาย ๆ ท่านโตมากับการประกวดเหล่านี้ครับ

Note : ทำไมผมไม่แนะนำให้รับจ้างถ่ายภาพ

ถ้าได้อ่านบทความนี้ตั้งแต่แรกจนจบจะพบว่า ผมไม่แนะนำให้ช่างภาพมือใหม่เป็นช่างภาพ แต่ให้เป็น Content Creator สายถ่ายภาพแทน ที่เป็นแบบนี้เพราะในยุคนี้ช่างภาพแข่งขันกันสูงมาก มากจริง ๆ มากจนช่างภาพหน้าใหม่ไม่อยากจะเป็นช่างภาพกันแล้ว ซึ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การถ่ายภาพงานรับปริญญา ที่มาช่างภาพมา Contest กันแบบดุเดือด

ในกลุ่มหาช่างภาพรับปริญญา บัณฑิต 1 คนโพสต์หาช่างภาพ และช่างภาพก็มาส่งพอร์ตให้เลือกกัน เมื่อปีที่แล้ว คนส่งพอร์ตกัน 200 กว่าคน ตอนนี้ปาไปกว่า 300 คนแล้วครับ นั่นหมายความว่า เราเป็นตัวเลือกให้บัณฑิตถึง 300 คน โอกาสมีเพียง 1 ใน 300 เท่านั้น มันยากครับ ยากมาก

มันเหมือนประกวดถ่ายภาพเลย แต่นี่ ถ้าได้รับเลือกแล้ว ยังแค่เริ่มต้นเท่านั้นครับ เรายังต้องถ่ายภาพให้ลูกค้า ซึ่งมีค่าเดินทาง ค่าเสียเวลาทั้งถ่ายภาพและแต่งภาพ และการแต่งภาพแต่ละครั้งแต่ทีละ 100 กว่าภาพ ซึ่งผมลองทำดูแล้วครับ เสียเวลาเป็นวัน ๆ เลยทีเดียว ทำให้ผมมองว่า ถ้าจะรับจ้างถ่ายภาพพวกนี้ อาจจะได้เงินเยอะก็จริง แต่…

  • ต้องรับให้ได้ว่างานบางงานไม่ใช่ของเรา ลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่ตกเป็นของผู้ว่าจ้าง หมายความว่า เราไม่สามารถเอางานที่ถ่ายไปโพสต์ในเพจของตัวเองได้
  • ผู้ว่าจ้างต้องการภาพอย่างที่เค้าต้องการ โดยไม่สนว่าเราถนัดอะไรแบบไหน
  • โอกาสที่ได้งานเดี๋ยวนี้ก็ยากมาก กว่าจะได้ต้องใช้เวลานาน ซึ่งช่วงที่ไม่ได้งานก็ออกรอบถ่ายภาพกันดีกว่า

แล้วถ้าไม่ให้รับจ้างถ่ายภาพ แล้วจะซื้อกล้องมาถ่ายภาพเพื่อหารายได้ทางไหนบ้าง

ในบทความต่อไป เดี๋ยวผมจะแนะนำเส้นทางหาเงินสำหรับคนชื่นชอบการถ่ายภาพกันครับ ซึ่งเส้นทางเหล่านี้เป็นเส้นทางที่กึ่ง ๆ ระหว่าง Active และ Passive Income เน้นสร้างผลงาน ไม่ต้องรอลูกค้าให้มาจ้าง ได้เงินน้อยหน่อยแต่ถ้าทำทุกวันเป็นกิจวัตร ก็สร้างโอกาสทำเงินได้ไม่ยากครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.