โพสต์นี้เป็นโพสต์สุดท้ายที่พิมพ์เป็นภาษาไทย

ก่อนผมจะกลับมาเขียนเป็นภาษาอังกฤษเหมือนเดิม รู้สึกผมห่างหายกับการเขียนบล็อกมานานมาก ๆ เนื่องด้วยรายได้จากการเขียนบล็อก ต้องบอกว่า “ไม่มี” ที่เขียนไปเพราะด้วยใจรักและอยากแชร์ให้พี่น้องคนไทยที่อาจจะติดตามบล็อกผมแบบเฉพาะกิจ นิด ๆ หน่อย ๆ ได้ทราบกัน

อันที่จริง ทุกวันนี้บล็อกเริ่มเสื่อมความนิยมลงเรื่อย ๆ เพราะ Podcast เข้ามาแทนที่ บล็อกเกอร์หลาย ๆ ท่านที่เคยเขียนบล็อกก็หันมาฟัง Podcast กันบ้าง สาเหตุหลัก ๆ ที่คนหันไปฟังเพราะ Podcast สามารถฟังแล้วทำอย่างอื่นก็ได้ ยิ่งตอนนี้เทรนด์ออกกำลังกายมาแรงมากเมื่อปีที่แล้ว (แต่เห็นว่าปีนี้ เทรนด์ออกกำลังกายเริ่มแผ่วบ้างแล้ว ปีนี้เห็นเน้นไปแนว ๆ วิ่งมาราธอนมากกว่า) แต่ระหว่างออกกำลังกายก็อยากฟังอะไรที่มีสาระ ก็ฟัง Podcast กันได้เลย

และด้วยความที่บางคนอยากเสพอะไรยาว ๆ และทำงานไปด้วย การฟัง Podcast เป็นสิ่งที่ดีครับ ถ้า Content Creator คนไหนอยากเริ่มทำ Podcast ให้เริ่มเลยครับ การทำ Podcast ใช้เวลาทำน้อยกว่าการพิมพ์บล็อกซะอีก

จะกลับมาทำ Content ภาษาอังกฤษแล้ว

คราวนี้มาพูดถึงสาเหตุที่ผมอยากกลับมาทำ Content เป็นแบบภาษาอังกฤษเหมือนเดิม ความคิดนี้เริ่มมาจากงานที่ผมทำอย่าง Vector design ปัจจุบันผมทำธุรกิจผลิต Vector design วางขายในตลาดออนไลน์ให้คนโหลดไปใช้อะไรก็ได้ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เหนื่อยมากจริง ๆ เพราะงาน Vector design เราผลิตเอง ไม่ได้ลงทุนซื้อและเอาไปขายต่อ คือเราเป็น Producer และ Seller ในตัว เหนื่อยมาก!!! คำถามคือ ยังมีคนสนใจสินค้าประเภทนี้อยู่เหรอ คำตอบคือ “มี” ครับ แต่คนที่ต้องการเป็นชาวต่างชาติ

นั่นหมายความว่า เวลาผมติดต่อสื่อสาร ผมจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ด้วยความเคยชินกับการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ทำให้รู้สึกว่า เหมือนทั้งโลกยังต้องการอยู่ เมืองไทยอาจจะไม่ได้ต้องการอะไรขนาดนั้น แต่ถ้าทำให้ทั้งโลกเห็นด้วยการทำ Content ภาษาอังกฤษ โอกาสเป็นที่รู้จักจะมีมากกว่า

เพราะในยุคนี้ ความแตกต่างระหว่างประเทศมันน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เหมือนประเทศหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกลดระดับกำแพงลง ชาวต่างชาติสามารถเข้าไปอาศัยในต่างประเทศได้ อย่างจีนที่มาซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ไทย คนญี่ปุ่นมาทำงานที่ไทย และเหมือนสิ่งที่ผมกำลังทำทุกวันเป็นสิ่งที่ต้องการในหมู่ชาวต่างชาติ ทำให้ผมเริ่มโฟกัสกับผู้คนต่างประเทศมากขึ้น

จะมี Content กล้องมาอีกไหม

ที่ผ่านมา ผมทำ Content เกี่ยวกับกล้องมาโดยตลอด แต่ช่วงนี้ผมไม่ได้ออกไปถ่ายรูปเลยเพราะโดนส่งตัวมาที่ต่างจังหวัด อยู่กับครอบครัว และครอบครัวของผมให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่มีอิสระในการออกไปไหน (อยากกลับไปกรุงเทพจัง แต่เหมือนบริษัทไม่รับผมเข้าทำงานอีกแล้ว) เลยทำให้ผมไม่มีอะไรอยากจะพูดคุยเรื่องกล้องอีก

สำหรับผม ผมโฟกัสเรื่องการถ่ายภาพมากกว่าพวกอุปกรณ์ที่ใช้ ผมจะสนุกและหลงใหลไปกับการถ่ายภาพมากกว่า ทำให้งาน Content เกี่ยวกับกล้องมักไปทางเรื่องของการถ่ายภาพมากกว่า แต่ถ้าถามว่าจะกลับมาอีกไหม กลับมาแน่ครับ ถ้าผมได้อยู่กรุงเทพนาน ๆ เป็นเดือน

แต่อย่าลืมว่า การอยู่กรุงเทพ มีเรื่องค่าใช้จ่ายที่โคตรเยอะ สิ่งที่ต้องมีคือ ธุรกิจที่สามารถทำรายได้มากกว่า 30,000 บาท / เดือน หรือถ้าไม่ ก็ต้องหางานประจำที่ให้เงินเกิน 25,000 บาท / เดือนพร้อมทำงานเสริมไปด้วย

ทุกวันนี้ รายได้จากการใช้กล้องยังไม่ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ มันเป็น hobby ที่ราคาแพงเอาเรื่องครับ ผมใช้กล้องผมรับงานแค่ไม่กี่งาน และแต่ละอย่างมักเสียเงินมากกว่าได้เงิน อย่างพวกทริปถ่ายภาพ เสียเงินเป็นพันเลย และรูปก็เอาไปขายไม่ได้อีก และค่าเลนส์มหาโหด เลยทำให้การถ่ายภาพมันมีเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง

หายไปนาน ๆ มีอะไรจะเล่า

ในช่วงที่ผมหายจากการทำ Content ผมเอาใจใส่กับการทำงานเพื่อให้ธุรกิจของผมไปได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้เริ่มไปได้แล้ว หลังจากที่เหนื่อยหลายเดือน 5555 ซึ่งการทุ่มไปทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวช่วยทำให้ธุรกิจไปได้เร็วขึ้นจริง ๆ เพราะไม่ได้แบ่งเวลาไปทำอย่างอื่น

การทำ Content ใช่ว่าจะทำง่าย ๆ จำเป็นต้องดูแหล่งข่าวหรือหาประสบการณ์อะไรเพิ่มเติม ถ้าจะสร้าง Content เพราะไปดูแค่หัวข่าวอย่างเดียว มันก็ไม่ใช่ เราต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการดู Content จากเจ้าอื่น ๆ แล้วมาสร้าง Content

แต่สุดท้าย ก็ไม่ได้ทำ ดันไปทำธุรกิจเต็มที่ เลยทิ้งการทำ Content ไป

ในช่วงที่เน้นทำธุรกิจ ทำให้เรียนรู้หลาย ๆ อย่าง จนกลายเป็นว่า สิ่งที่ทำในธุรกิจ มันคือตัวผมจริง ๆ 555555 ส่วนการเขียน Content ตอนนี้กลายเป็นเรื่องรองลงไป และพยายามสร้าง Content ให้เข้าถึงง่ายขึ้น หลัง ๆ มา คนอ่าน Content เน้นความเร็วเป็นหลัก เน้นดูภาพ ก็แค่นั้น ผมเลยคิดว่า การสร้าง Content ใน Social network ไม่จำเป็นต้องเยอะอะไรมากมาย ไม่ต้องพิมพ์โอ้โหอะไรขนาดนั้น

ถ้าจะพิมพ์เยอะ ๆ ก็ไปพิมพ์ในบล็อกดีกว่า

ทุกวันนี้ ผมเห็นว่าเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าเรื่องเงินซะอีก อันไหนที่ใช้เวลาไม่นานและสร้างเงินได้เร็ว ผมก็จะไปทำอันนั้น ซึ่งก่อนหน้านั้น ผมทำ YouTube ทำพวก Content เกม ตอนนี้เลิกทำชั่วคราว ว่าจะไปสาย Streaming เป็นหลัก พอดีเป็นคนชอบเล่นเกม 55555 ไม่ได้ชอบสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับวงการเกมอะไรเลย ผมเป็นคนชอบเล่น 5555

เหตุผลหลัก ๆ ที่ผมเลิกทำ YouTube หันไปทำธุรกิจคือ เงินจากการทำธุรกิจได้เยอะมากกว่า และพวกของที่ขายมันขายได้เรื่อย ๆ ทำเงินได้ดี ถ้าแบบนี้ รออะไรล่ะ ก็ไปทำธุรกิจดีกว่า 5555

อีกหนึ่งเรื่องที่ผมเฝ้าดูมาตลอดในโลกออนไลน์คือ ทุกวันนี้คนปลดปล่อยความ Darkside ของตัวเองในโลกออนไลน์มากขึ้น โดยการใช้รูปโปรไฟล์ปลอม และแสดงความคิดเห็นไปในทางปั่นให้คนเกิดความแตกแยก หรือแสดงความคิดเห็นแบบ Contrast สุด ๆ ไม่มีเหตุผลรองรับ เอาแต่สะใจอย่างเดียว และมีการแซะกระแนะกระแหนกันโจ๋งครึ่ม และเดี๋ยวนี้ พวกเพจ FB เริ่มมีแต่ Content สายบันเทิงแนว ๆ แซะมากขึ้น ขอให้ได้แซะ ก็พอใจแล้ว

ซึ่ง Content แนวแซะ แม้ว่าจะได้การแชร์ค่อนข้างเยอะ แต่มันเหมือนขนมหวานที่โคตรอร่อย แต่ไร้ประโยชน์ในด้านของโภชนาการ แถมทำให้อ้วนง่ายขึ้น คนที่แชร์มีแต่จะสะใจ ก็แค่นั้น

ขอบคุณอะไรหลาย ๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ไม่รู้ว่าผมโชคร้ายหรือโชคดีกันแน่ ที่ผมเริ่มทำงานในยุคที่มีปัญหาทางการเมือง กว่าจะเริ่มทำในบริษัทก็ตอนที่เกิดรัฐประหารและประเทศถูกปกครองโดยทหาร ยุคนั้นงานเริ่มหายากยิ่งขึ้น การสู้กันเรื่องแหล่งรายได้ บอกเลยว่า ยากมาก

แต่สิ่งที่ผมเจอและโชคดีคือ ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาด้วยความยากลำบากมาก ๆ ตั้งแต่ยุคที่มีเงิน และยุคที่เงินเข้ามาน้อยมาก ยุคที่หุ่นอ้วนท้วม ไม่น่าดู จนยุคที่ผอม ยุคที่ได้ Connection และยุคที่เสีย Connection เสียเพื่อน เพื่อนหักหลัง แฟนทิ้ง โดนโกง โดนดูถูก โดนโน่นโดนนี่ โดนใส่ร้าย โดนเอาไปพูดลับหลัง ฯลฯ แต่ละอย่างนี่ดี ๆ ทั้งนั้น

แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ซึ่งช่วงที่รันทดมากก็ช่วงกลางปี 2017 และปี 2018 ตอนนั้นความมั่นคงแทบจะไม่มี พอลาออกจากงานประจำ ไม่มีงานเข้า ไม่มี Freelance มาจ้าง แล้วพอได้โอกาสทำงานก็ดันลาออกเพราะออกตามเพื่อน ซึ่งเอาจริง ๆ เพื่อนแอบเอาเราเสียไปด้วยเหมือนกัน

จำได้ว่า ช่วงปี 2018 ไม่มีเงินไปเที่ยวงานสงกรานต์เลย โคตรรันทด และช่วงเทศกาลหนังสือ ผมไม่มีเงินเลย ในปีนี้ พ่อแม่ลงทุนให้ผมกัดฟันเป็น YouTuber ถ้าไม่ได้ ก็ต้องหา Way ใหม่แล้ว ซื้อเสื้อดี ๆ รองเท้าดี ๆ ไปทำคลิปอะไรดี ๆ หารายได้ทางนี้

แต่สุดท้ายคือ ไปไม่รอด ยอดวิวน้อย งานเข้ามาก็น้อย บางเดือนได้เป็นหมื่น บางเดือนได้เป็นพัน หาความแน่นอนไม่ได้

และตอนนั้นผมจะเอาดีกับการถ่ายภาพรับปริญญาให้ได้ ผมเลยตระเวนไปงานรับปริญญาและไปถ่ายรูป ได้ภาพเป็น Port บ้างอะไรบ้าง และโพสต์รับงาน Freelance ทุกอย่าง

แต่สุดท้าย มีคนทำแบบนี้เหมือนกับผม และคนที่ทำ ก็มีเยอะมาก

ผมไม่เคยได้งานถ่ายภาพรับปริญญาเลย ไม่มีใครเคยติดต่อและจะไปถ่ายเลย สุดท้าย มันก็เหมือนหมดหนทางจริง ๆ

แต่โชคดีที่น้องผมอยากเปิดธุรกิจขาย Clipart และอยากให้ช่วย ตอนนั้นคือมืดแปดด้านจริง ๆ ผมก็ยอม ๆ ทำไปก่อน จนกระทั่งผ่านไป 3-4 เดือน เริ่มไปได้แล้ว เหมือนว่าโลกอยากให้เป็นแบบนี้จริงๆ

เรื่องราวที่ผมเล่ามาทั้งหมด จริง ๆ ย่อให้อ่านง่ายขึ้น อยากจะบอกว่า ชีวิต ไม่ได้สวยหรูอะไรขนาดนั้น ปัญหาที่ตามมา เอาไว้ท้าชนและแก้ มันจะมีช่วง Down บ้าง Up บ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่อยากจะเตือนคือ

“ไม่มีอะไรแน่นอน”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.