หูฟังแบบ Bone Conduction ดีอย่างไร ทำไมผมถึงสนใจ

ผมมีประสบการณ์กับการใช้หูฟังมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ เพราะว่าคุณภาพเสียงที่ได้จากหูฟังมันเป็นไรที่เซอร์ไพรส์มาก ตั้งแต่มีเครื่องเล่น MP3 ก่อนที่จะมีมือถือเป็นของตัวเอง ผมฟังเพลงจาก MP3 แล้วรู้สึกกินใจมากๆ แล้วพอเริ่มมีมือถือเป็นเครื่องแรก การฟังเพลงมันยิ่งกลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่ผมขาดไม่ได้

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนต้นคิดหูฟังขึ้นมา อย่างน้อยผมก็ขอขอบคุณคนที่ประดิษฐ์หูฟังให้มีบนโลกใบนี้ครับ

จากหูฟังแบบ earbud จนกระทั่งมาเป็นหูฟังแบบ in ear ส่วนตัวผมชอบหูฟังแบบ in ear มากกว่า earbud เยอะมากๆ ข้อดีของ in ear  ที่ชัดเจนคือ มันตัดเสียงรอบข้างได้ดีมากๆ เวลาเราฟังเพลงเราก็จะฟังเพลงอย่างเดียวเท่านั้นไม่ได้ฟังเสียงรอบข้าง ซื้อหูฟังเอียบัดไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องตัดเสียงรอบข้างได้ดี ทำให้ผมสนใจหูฟังแบบ in ear มากกว่า

แต่ข้อเสียของหูฟัง in ear ที่ชัดเจนที่สุด คือหูฟังประเภทนี้ใช้ไปนานๆแล้วรู้สึกคันหู หรือบางทีกินอาหารในระหว่างฟังเพลงมันจะมีเสียงเคี้ยวข้าวดังจนกลบเสียงเพลง และที่อันตรายที่สุดคือถ้าฟังในพื้นที่สาธารณะอย่างกำลังเดินบนฟุตบาท เราจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้างและปัญหาเรื่องขี่มอเตอร์ไซค์บนฟุตบาทก็มีให้เห็นเป็นประจำ มอเตอร์ไซค์บางคันพุ่งเข้ามาหาผมในขณะที่ผมกำลังฟังเพลงจากหูฟังแบบอินเอียร์อยู่ ขนาดพุ่งมาแล้วผมก็ไม่รู้ตัวเพราะว่ามอเตอร์ไซค์มันมาจากข้างหลัง

แม้ว่าการขี่มอเตอร์ไซค์บนฟุตบาทเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ดูเหมือนว่าหลายๆคนก็ขี่มอเตอร์ไซค์บนฟุตบาทกัน ที่ทำได้ดีที่สุดคือต้องป้องกันตัวเอง

จนกระทั่งหูฟังแบบ Bone Conduction จะมาแก้ไขปัญหาตรงนี้กันครับ

ครั้งแรกที่ได้ลองหูฟังแบบ Bone Conduction

ในประเทศไทยมีการขายหูฟังแบบ Bone Conduction เป็นเรื่องเป็นราวแล้วครับ ในแบรนด์ Aftershockz ซึ่งแบรนด์นี้มีวางจำหน่ายตามห้างดังๆทั่วไปในประเทศไทย อย่างเช่น Emporium หรือ siam discovery ก่อนซื้อมีให้ลองฟังเพลงด้วย

ที่แปลกใหม่ของหูฟังแบบนี้คือไม่ต้องใส่ตรงหู เอาแค่มีตรงแถวๆข้างๆหู แล้วมันแปลกมากที่มพอหนึบไป เสียงมันออกมา ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใส่หูเนี่ยนะ

แต่คุณภาพของเสียงตอนนั้นยังไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ ก็เลยไม่ได้สนใจ แล้วยิ่งดูราคาของหูฟังที่โชว์อยู่ ก็ยังต้องบอกลาอะไรเพราะว่าหูฟัง Bone Conduction ของ Aftershockz ราคาแพงมากๆ ราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 2000 กว่าบาท ถ้าราคาแพงสุดๆก็อยู่ที่ 5690 บาท

มาสนใจอีกทีเพราะปัญหาต่างๆรอบตัว

ก่อนหน้านั้นเวลาผมและหูฟังผมจะเลือกที่เสียงที่ใสและให้รายละเอียดครบถ้วน ถ้ามันสนับสนุนพวก High resolution ผมก็จะเลือกเป็นอันดับแรกๆเลย แต่ยิ่งโตไปเรื่อยๆรู้สึกว่ามันถึงจุดอิ่มตัวของการฟังเพลง ขอให้มันมีเสียงที่เพาะพอสมควรก็พอแล้ว ไม่ต้องเอาหูฟังเกรด High resolution อะไรขนาดนั้น

แล้วปัญหาที่ผมเจอบ่อยๆ คือเวลาผมทำงาน จะต้องมีเพื่อนๆที่อยู่ในก๊วนมาคอยเรียกหรือบางทีเจ้านายเดินมาหาแล้วเรียกผม ถ้าผมใส่หูฟังทั้งสองรู ผมจะไม่ดีในสิ่งที่เพื่อนๆหรือเจ้านายเรียกเลย ซึ่งจะทำให้คนที่เรียกรู้สึกหงุดหงิด เชื่อไหมว่าเวลาผมทำงานผมไม่เปิดเพลงเลยแล้วไม่ใส่หูฟังแล้วมันรู้สึกหงุดหงิดมากๆ เพราะผมเป็นคนที่ทำงานไปแล้วต้องเปิดเพลงฟังไปอยู่แล้ว

ปัญหาที่ 2 คือ ผมเป็นคนชอบเดินในเมืองมากๆ อย่างบางวันถ้าวันไหนว่างจริงๆผมก็เดินจากอโศกไปทองหล่อ ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากจะออกกำลังกายด้วย แต่การใช้หูฟังแบบ in ear ทำให้ผมไม่สามารถได้ยินเสียงรอบข้างได้เลย ยิ่งตอนข้ามถนนนี่คืออันตรายมากๆครับ

เลยกลายเป็นว่าเวลาผมจะเลือกหูฟังหรือจะเกิดอะไรก็ตามแต่ ผมจะเลือกจากไลฟ์สไตล์ของตัวเองในตอนนั้น แล้วตอนนี้ดูเหมือนผมอยากจะมีหูฟังแบบ Bone Conduction สักตัว

นอกจากแบรนด์อาฟเตอร์ช็อกก็ไม่มีขายตามร้านทั่วไป

สำหรับผมถ้าจะซื้อของออนไลน์จริงๆก็จะเป็นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าไอที เวลาผมจะซื้อสินค้าไอที ผมจะซื้อจากการทดลองใช้ก่อน แต่ครั้งนี้ผมไม่รอช้าสั่งหูฟัง Bone Conduction จากเว็บช้อปปี้กันเลย

ใช้เวลาส่งประมาณ 7-10 วัน ขอเป็นของที่อิมพอร์ตมาจากเมืองจีน แต่คุณภาพดีไหม ต้องมาลองกันครับ

รูปร่างหน้าตาของหูฟัง Bone Conduction ที่ผมสั่งมาในเว็บช้อปปี้ ละม้ายคล้ายคลึงหูฟัง aftershokz รุ่น trekz Titanium วัสดุที่ใช้ของหูฟังที่สั่งมาจากช้อปปี้ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกทั้งนั้น เว้นแต่ตรงลำโพงที่ติดกับหัวของเราจะเป็นยาง แน่นอนว่าหูฟังตัวนี้ที่ผมสั่งมามันไม่มีการกันน้ำ

คุณภาพเสียงจากหูฟังตัวนี้ก็พอพอกับหูฟัง aftershockz เลย เรื่องมิติเสียงที่ให้ก็ไม่แตกต่าง มันจะเป็นยังรองแค่วัสดุในการผลิตและการกันน้ำแค่นั้นเอง

ทดลองใช้หูฟังแบบ Bone Conduction แบบจริง ๆ จัง ๆ

ผมมีโอกาสได้กลับมากรุงเทพฯแล้วลองใช้งานหูฟังแบบ Bone Conduction แบบจริงๆจริงจัง พอใช้ไปใช้มารู้สึกว่า หูฟังแบบนี้ได้เปรียบมาก ถ้าเป็นคนชอบวิ่งหรือชอบเดินในที่สาธารณะ

ผมลองวิ่งตรงสวนเบญจกิติ โดยวิ่งประมาณรอบสองรอบแล้วก็ฟังด้วยหูฟังแบบ Bone Conduction ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนเลยคือผมได้ยินเสียงรอบข้าง ได้ยินเสียงฝีก้าว รู้เลยว่าใครอยู่ข้างหลังใครอยู่ข้างหน้า หรือบางทีวิ่งไปวิ่งมาจนหมดเวลา ยามเป่านกหวีด เราก็ได้ยิน

แต่ในความเป็นจริงผมไม่ได้ชอบวิ่ง แต่ชอบเดินในเมืองมากกว่า อย่างไปเดินแถวๆเซ็นทรัลเวิลด์เดินแถวๆสยามหรือเดินจากอโศกมาทองหล่อ ท่าเดินแถวๆเซ็นทรัลเวิลด์จะมีนักท่องเที่ยวบางคนถามทางผมว่าจะโดนเป็นประจำ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนหลายคนที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศชอบมาถามทางเรา หูฟังแบบปกติที่ปิดหูผมจะรู้สึกไม่ค่อยพอใจถ้ามีคนเข้ามาหาผมในขณะที่กำลังฟังเพลงอยู่

แต่สำหรับหูฟังแบบ Bone Conduction ผมรู้เลยว่าใครกำลังเข้ามาผมได้ยินเสียงฝีเท้าของคนๆนั้น การฟังเพลงของหูฟังแบบ Bone Conduction เหมือนประมาณว่าผมฟังเพลงจากลำโพงที่ติดอยู่ข้างๆหู หรือไม่ก็ฟังเพลงจากลำโพงที่ตั้งเป็นที่เป็นทาง ซึ่งเราสามารถได้ยินเสียงรอบข้างได้

อันตรายที่เกิดจากการฟังหูฟังแบบ in ear ถ้าเดินตามถนนคือเรื่องของคนและรถที่วิ่งเข้าหาตัวเรา ผมโดนประจำครับเวลาเดินแถวๆทองหล่อ อยู่ๆรถก็พุ่งเข้ามาหาผม ซึ่งหูฟังแบบ in ear ผมไม่ได้ยินเสียงรถเลยเพราะว่าเสียงเพลงก็ดังจนกระทั่งปิดเสียงรอบข้าง โดยเฉพาะพวกมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งตรงฟุตบาท ผมใส่หูฟังแบบ Bone Conduction รู้สึกว่าชีวิตการเดินของผมดีขึ้นกว่าเดิมมาก ดีขึ้นกว่าเดิมจนน่าตกใจเลยทีเดียว

ประเด็นที่หลายๆคนสงสัยคือ แล้วหูฟังแบบ Bone Conduction มันจะดังได้แค่ไหน

  • ถ้าฟังในพื้นที่ที่สงบอย่างในบ้านหรือ Office ได้ยินเสียงแน่นอนครับ
  • ถ้าฟังตามถนนในหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีรถสัญจรไปมา หรือพวกซอยเล็ก ๆ ยังได้ยินอยู่ครับ
  • ถ้าฟังตรงถนนที่มีรถสัญจรไปมา แต่ยังไม่ใช่ถนนใหญ่ เริ่มจะไม่ได้ยินครับ
  • ถ้าฟังตรงถนนใหญ่ โอกาสได้ยินเริ่มน้อยลงขึ้นทุกที
  • ถ้าฟังใน Event ที่มีคนเยอะๆ โอกาสได้ยินก็น้อยลงกว่าเดิม
  • ถ้าฟังในรถเมล์ปรับอากาศ โอกาสได้ยินก็เริ่มน้อยมากขึ้น
  • ถ้าฟังในรถเมล์ร้อน, รถสองแถวหรือนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เราแทบจะไม่ได้ยินเลย
  • ถ้าฟังในคอนเสิร์ต ปิดหูฟังบลูทูธเถอะ เปิดไปก็เปลืองแบตเปล่าๆ

ดังนั้นหูฟัง Bone Conduction ไม่ได้ใช้แบบ Universal ใช้เพื่อพอให้รู้ว่าพอเล่นเพลงอยู่ แบบประมาณว่ามีเพลงฟังแล้วไม่รู้สึกเหงา

จุดเด่นของหูฟังแบบ Bone Conduction

  • มันเปิดหู ไม่มีปัญหาเรื่องคันหูเลย หรือมีปัญหาเรื่องโรคในหู
  • จะหนีบตลอดเวลาก็ได้
  • ได้ยินเสียงรอบข้าง
  • หูฟังแบบ Bone Conduction ส่วนใหญ่จะดีไซน์ออกมาดี

จุดด้อยของหูฟังแบบ Bone Conduction ถ้าอยากจะซื้อต้องอ่านจุดด้อยด้วย

  • ถ้าไปฟังพื้นที่ที่เสียงดังมากๆเราอาจจะไม่ได้ยินเลย
  • ใช้แรงขับสูงมาก อุปกรณ์บางตัวอาจจะปล่อยสัญญาณเสียงเข้าบลูทูธได้เบา
  • หูฟัง Bone Conduction แบบใช้แจ็ค 3.5 มม จำเป็นต้องชาร์จกับตัวแบตเตอรี่เพื่อเพิ่มแรงขับ มันก็ไม่ต่างจากใช้หูฟังแบบ Bluetooth เลยที่ต้องชาร์จแบตเตอรี่
  • ในพื้นที่เสียงดังเราอาจจะได้ยินแค่เพลงที่ผู้หญิงร้อง ถ้าเสียงผู้ชายที่ทุ้มๆอาจจะไม่ได้ยินเลย
  • ปัจจุบันแบรนด์ที่ขายอย่างเป็นทางการ สามารถหาซื้อได้ทั่วไปก็คือ aftershockz แล้วก็ไม่ได้ขายทุกที่ด้วย ถ้าอยากได้หูฟังที่ราคาน้อยกว่านี้ต้องสั่งผ่านทางบริการขายของออนไลน์อย่างช้อปปี้หรือ Lazada แทน
  • ถ้าจัดเก็บในกระเป๋าต้องเก็บให้ดีๆ ถ้าเก็บไม่ดี หูฟังอาจจะพัง หรือแตก (ถ้าหูฟัง Bone Conduction ไม่ได้ทำมาจากไทเทเนียมอย่างหูฟังแบรนด์ aftershockz)

แล้วหูฟังแบบ Bone Conduction เหมาะกับการใช้งานแบบไหนล่ะ

  • ออกกำลังกายแบบ Outdoor ที่ไม่มีเสียงเพลงดังๆ เช่นวิ่งจ๊อกกิ้งหรือขี่จักรยาน
  • เดินไปเรื่อยๆในเมือง หรือพวก Parkour
  • ฟังในออฟฟิศหรือที่บ้านที่มีคนเยอะแยะ
  • ใส่ในขณะขับรถ
  • ผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน

ไม่แนะนำให้ใช้หูฟังแบบ Bone Conduction ถ้าใช้งาน….

  • ออกกำลังกายในฟิตเนส เพราะว่าที่ฟิตเนสมักจะเปิดเพลงดังๆอยู่แล้ว
  • ขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะเสียงมอเตอร์ไซค์มันกลบเสียงจากหูฟังแบบ Bone Conduction
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.