Blogger ทำแล้วรวยจริงไหม

มีคนหลายคนต่างอยากเป็น Blogger เพราะอาชีพนี้ดูพื้นเพแล้ว “รวย” ซึ่ง Blogger ในรูปแบบ YouTuber ในตอนนี้มาแรงมากกว่า Blogger สายเล่นใน Twitter, Facebook หรือเว็บไซต์ซะอีก เนื่องจากการเป็น YouTuber มีคนประสบความสำเร็จมากมายทำคลิปออกมาโชว์ไลฟ์สไตล์เด็ด ๆ ลงทุนแต่งตัวดี ๆ หรือไปเที่ยวอะไรก็แล้วแต่

ดูเหมือนรวย แต่จริง ๆ แล้ว Blogger ไม่ใช่อาชีพที่ทำแล้วรวยเหมือนกิจการอื่น ๆ อย่างค้าขาย

จุดเริ่มต้นของอาชีพ Blogger ไม่ใช่อาชีพเพื่อความรวย

จุดเริ่มต้นของ Blogger ไม่ควรเรียกว่าเป็นอาชีพ แต่ควรเรียกเป็นงานอดิเรกจะดีที่สุด การเขียนบล็อกในช่วงแรก ๆ เขียนเอาไว้เพื่อบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันให้ผู้อื่นรับรู้สิ่งที่อยากแชร์ แรกเริ่มการเขียนบล็อกส่วนใหญ่มักเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง แต่ภายหลังเริ่มมีแนวคิด “ผู้ให้” กับชาวเน็ตที่ท่องเว็บต่าง ๆ เช่น เขียนอิง SEO โดยคาดเดาว่า คนส่วนใหญ่เค้าจะค้นหาคำไหนใน Google แล้วให้เราเขียนเนื้อหานั้นตามที่หลาย ๆ คนแชร์

จุดเด่นของการทำ SEO คือทำให้ยอดผู้ชมสูงขึ้น และเมื่อมันสูงขึ้น การหารายได้ด้วยการใส่โฆษณาจาก Google Adsense หรือทำ Affiliate ก็จะหารายได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการหารายได้จากบล็อก ข้อดีคือ มันมาแบบ Passive Income

แต่ข้อเสียคือ… ความน่าเชื่อถือของบล็อกหายไป

มี Blogger หลายคนที่ผมเคยติดตามตั้งแต่ช่วงแรก ๆ แต่พอมีการรับสปอนเซอร์ เนื้อหาของบล็อกเปลี่ยนไป มีการโฆษณากันโต้ง ๆ เนื้อหาค่อนข้างกลวง ๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่กล้าพูดกล้าบอก ประเด็นนี้ต้องใช้ความเป็นมืออาชีพในการสร้าง Content ที่สปอนเซอร์พอใจและผู้อ่านเดิมพอใจทั้งคู่ หลาย ๆ บล็อกเกอร์ไม่มีประสบการณ์ด้านรับเงินเขียน Content อาจจะเจอปัญหานี้กันครับ

อาจจะรวยได้ด้วยวิธีที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ชม

20151221204701-chase-money

กรณีนี้จะเกิดขึ้นบ่อยที่สุดกับ YouTube แต่ในบล็อกเกอร์เว็บไซต์สามารถสร้างความรวยได้ด้วยวิธีที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ชมได้เช่นกัน

อย่างเช่น ทำบทความปลอม เอาหน้าบุคคลดัง ๆ มาเขียนข่าวปลอมให้เกิดความเสื่อมเสีย สร้างหัวข้อล่อตาล่อใจให้กดอ่าน แล้วแชร์ต่อใน Social Network อย่างกว้างขวาง หรือเข้าเว็บแล้วเจอโฆษณาเยอะแยะเต็มไปหมด เป็น 10 กว่าโฆษณา บางเว็บโฆษณากินพื้นที่เว็บไซต์ไป 70% ที่เหลือเป็น Content ก็มี

แต่ถ้าเป็น YouTube จะคล้าย ๆ กรณีบทความปลอมอยู่บ้าง คือสร้าง Content ปลอม ๆ แต่จริง ๆ มีมากกว่านั้น อย่างดูดคลิปของคนอื่นจากแหล่งอื่น ๆ แล้วเอามารวมเป็นคลิปเดียวรวม ๆ กัน หรือสร้าง Content ก่อให้เกิดดราม่า เช่น ดูถูก เหยียด โชว์อะไรที่แตกต่างจากสังคมที่วางเอาไว้ ซึ่งในปัจจุบัน ดราม่าเกิดขึ้นง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก และผลประโยชน์จริง ๆ อาจจะไม่ใช่คนต้นเรื่องดราม่า แต่เป็นผู้กระจายดราม่าอย่าง Blogger ที่อธิบายเรื่องราวของดราม่าอีกที เรื่องน่าแปลกคือ ความแย่ตกไปอยู่คนต้นเรื่องดราม่า แต่คนที่อธิบายเรื่องราวดราม่า กลับไม่เป็นอะไร แต่สิ่งที่ตามมาคือ เรทคนดูจากเรื่องราวดราม่ากลับเยอะแบบโอ้โห!! แล้วยิ่งยอดวิวเยอะ คนดูก็เยอะตาม

จนบางคนบอกว่า “อย่าไปดูคลิป เดี๋ยวเค้ารวย” ผมเชื่อว่า ยังไง คนก็ต้องดูอยู่ดี แล้วที่เนื้อหาดังได้ เพราะต่างคนต่างแชร์เป็นวงกว้าง รวมถึงสร้างเนื้อหาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับดราม่าก็ด้วย สุดท้ายก็ไม่มีใครไม่อยากดูครับ

หลังจากดราม่าจบ สิ่งที่ได้ คือยอดวิว ฐานคนดูที่ติดตาม และ Comment หลากหลาย อย่าลืมว่า บางทีคนที่กดติดตาม อาจจะไม่ใช่ติดตามเพราะรักบล็อกเกอร์ แต่ติดตามเพราะรอวันที่จะซ้ำบล็อกเกอร์ ก็เหมือนกับคนที่เกลียด แต่ดันอยากติดตามเพราะอยากสร้างความร้าวฉานในภายภาคหน้า

อาจจะไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่พลังอิทธิพลของ Blog มาเต็มที่

ผมกลับชอบตรงนี้มากกว่ามาหารายได้จากบล็อก บล็อกคือสิ่งที่ทรงพลังมากที่สุดเท่าที่มนุษย์สร้างมาเพราะเป็นพื้นที่ที่เราอยากพูดแล้วพอคนอื่นมาเห็น ก็แชร์กันต่อเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด บางบทความเขียนเมื่อปีที่แล้วยังมีคนอ่านเลย นี่แหละ คือพลังของ Blog ที่เขียนสะสมมา

DSC02579

เมื่อก่อนผมหวังรายได้จากการเขียนบล็อก ผมหวังว่าสิ่งที่เขียนสามารถทำเป็นเงินได้ โฆษณาเข้ามามากมาย แต่เงื่อนไขกลับเยอะแยะจนพอผ่านไปช่วงเวลานึงพบว่า บางที สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ก็ปล่อย ๆ ไป หาอะไรที่ควบคุมได้ดีกว่า ซึ่งกฎแห่งการควบคุมก็เป็นหนึ่งใน Mindset ของคนรวยด้วยเช่นกัน ผมก็เลยเลิกทำบล็อกหรือทำ YouTube เพื่อรายได้เยอะ ๆ

แต่หันมาทำบล็อกเพื่อ “ให้” ทุก ๆ คนที่ผ่านมาอ่านแล้วแชร์ต่อ

คนอื่นอาจจะทำแล้วได้เงินเยอะ แต่ถ้าให้การเขียนบล็อกหารายได้เป็นกอบเป็นกำ เป็นเรื่องที่ยากมาก

จุดเริ่มต้นของบล็อกเกอร์ชื่อดังหลาย ๆ คนคือเค้าเป็น “ผู้บริโภค” คนหนึ่งที่คล้าย ๆ กับเรา เป็นพนักงานประจำ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญการด้านใดด้านหนึ่ง อย่างเช่นเป็นนักดนตรี เป็นช่างภาพ เป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้เด่นด้านใดเป็นพิเศษ เป็นคนชอบเล่นเกม ซึ่งคนธรรมดาเหล่านี้ไม่ได้ธรรมดาตรงที่เค้าแชร์เรื่องราวที่เจอ หรือประสบการณ์ต่าง ๆ มาเป็นบทความในบล็อกของตัวเอง หรือโพสต์ใน Social Network ต่าง ๆ รวมถึงเป็นคลิปใน YouTube การแชร์เรื่องราวที่อยากเล่าทำให้คนเริ่มสนใจเป็นวงกว้าง และบล็อกเกอร์บางคนอาจมีผู้ติดตามเยอะกว่าดาราบางคนด้วยซ้ำ

และการที่มีผู้ติดตามเยอะกว่า ทำให้เวลาแชร์อะไรไป เวลาแนะนำ หรือบอกว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี มีอิทธิพลกับผู้ติดตามสูงมาก จุดนี้คือจุดที่ควบคุมได้ (ในขณะที่รายได้จากการทำ Blog ควบคุมไม่ได้ก็ตาม) คนดูดูเยอะกว่า คนดูเชื่อกว่า แล้วยิ่งเป็นคนใช้งานจริง ๆ อย่างเป็นช่างภาพที่ใช้ Canon มาก่อนแล้วรับงานแต่งงานเป็น 10 ๆ ปี แต่พอแสดงความคิดเห็นกับกล้อง Mirrorless Full Frame อย่าง Canon EOS R แล้วบอกว่าตรงนี้ดี ตรงนี้ไม่ดี คนกลับเชื่อถือกว่านักรีวิวดัง ๆ ซะอีก

จุดนี้คือจุดสำคัญ และตรงกับแนวคิดของคนเยอรมันตรงที่ เวลาผลิตของอะไร ให้ผลิตสินค้าให้ดีที่สุด เพราะถ้าสินค้าดี เดี๋ยวผู้บิโภคบอกต่อเอง อาจใช้เวลานานแต่ชื่อเสียงมันจะคุ้มค่ากว่าการทำโฆษณาที่พอหมดโปรก็หายไป

และช่วงนี้ Micro Influencer กำลังมาแรง พวกกลุ่ม Micro Influencer เป็นบล็อกเกอร์อย่างเรา ๆ ที่ผู้ติดตามอาจจะน้อย แต่ความจริงใจมีสูงกว่า และความน่าเชื่อถือมันสูงมาก

เขียนบล็อกไม่รวย แต่เกื้อหนุนให้ธุรกิจรวยขึ้นได้

เชื่อหรือไม่ บทความเกี่ยวกับการถ่ายรูปรับปริญญาที่ออกบ่อย ๆ ตั้งแต่ถ่ายรูปที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมไม่ได้รายได้จากการเขียนเลย แต่ Feedback ที่ตามมา คือเริ่มมีบัณฑิตบางคนติดต่อให้มาถ่ายรูปบ้างแล้ว ซึ่งช่วงนี้ถ่ายฟรีอยู่เพื่อเก็บพอร์ตและเอารีวิวเพิ่มความเชื่อถือ ใครสนใจติดต่อได้ เร็ว ๆ ก่อนสิทธิ์ถ่ายฟรีจะหมดซะก่อน

งานถ่ายภาพรับปริญญา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สาเหตุที่เขียนบล็อกแล้วเกื้อหนุนให้ธุรกิจรวยขึ้นได้เพราะตัวบล็อกที่เขียน เราเขียนในมุมมองของผู้บริโภคครับ และวิธีเกื้อหนุนให้ธุรกิจรวยขึ้นคือมีการ Tie in ธุรกิจที่ทำอยู่เป็นระยะ ๆ เช่น เป็นช่างถ่ายภาพ แต่ทำบล็อกเกี่ยวกับแนะนำสถานที่เก็บภาพสวย ๆ ให้คนอ่านได้ลองไปถ่ายตาม และการมีบล็อกทำให้เครดิตของธุรกิจที่ทำ หรืองาน Freelance ที่รับพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ บางที คน ๆ นี้อาจถ่ายรูปไม่สวย ถ่ายแล้วอาจได้มุมมองเด็ก ๆ ไม่อลังการ แต่เค้าเขียนบล็อก เค้ารู้เรื่องวิธีการถ่ายภาพ รู้วิธีแต่งภาพสวย ๆ ง่าย ๆ เค้าเขียนบล็อกแล้วคนอื่นแชร์ต่อ คนที่เห็นจากคนที่แชร์ต่ออีกทีจะคิดว่า “เฮ้ย คนนี้เก่งว่ะ” อะไรแบบนี้ แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มอยากทำความรู้จัก ติดต่องานเพิ่มเติมในที่สุด

สรุป : ไม่สามารถรวยได้จากการเขียนบล็อกเพียงอย่างเดียว แต่ได้อิทธิพลและเกื้อหนุนธุรกิจดีมาก ๆ

อย่างไรก็ตาม ชีวิตของบล็อกเกอร์ที่ Perfect ที่สุดสำหรับผมคือ มีแหล่งรายได้ปกติอยู่แล้ว เช่น ทำงานประจำ เป็น Freelance เป็นเจ้าของกิจการ แล้วเขียนเรื่องราวประสบการณ์ที่พบเจอให้คนอื่นรู้ว่าเรามีตัวตน อย่างเป็นพนักงานประจำตำแหน่ง Sales แต่เวลาว่างชอบถ่ายรูปด้วยกล้อง Lomo Instant Square กล้องฟิล์ม Polaroid ที่ถ่ายออกมาฮิปมาก ๆ

ถ่ายอย่างเดียวคนไม่เห็น ต้องเขียนบล็อกให้คนแชร์เรื่อย ๆ พอมีรายได้จากงานประจำมากพอที่จะซื้อกล้องแล้วเอาไปขายต่อ ก็กลายเป็นธุรกิจค้าขายกล้อง Lomo Instant Square โดยอาศัยบล็อกของตัวเองเป็นตัวสร้างเครดิตให้คนรู้จัก ซึ่งนี่แหละคือ การรวยด้วยบล็อกที่แท้จริงครับ

ย้ำอีกที เขียนบล็อกอย่างเดียวไม่สามารถรวยได้ แต่ถ้าเกิดมีเงินทุนแล้วอยากทำธุรกิจจาก Passion ที่เขียนลงในบล็อกอาจทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นครับ เช่น

  • หลงใหลไปกับการเล่นเกม จนอยากเปิดร้านขายเกม
  • หลงใหลไปกับการเที่ยวกลางคืน จนอยากเป็น DJ เปิดแผ่นตามผับต่าง ๆ
  • หลงใหลไปกับการอ่านหนังสือ จนอยากเปิดร้านหนังสือขาย
  • หลงใหลไปกับการฟังเพลง จนอยากเปิดร้านขายหูฟัง
  • หลงใหลไปกับการถ่ายภาพ จนอยากรับ Freelance ถ่ายภาพ
  • หลงใหลไปกับการแต่ง Cosplay จนอยากเปิดร้านขายอุปกรณ์ตกแต่ง Cosplay
  • หลงใหลไปกับมือถือ จนอยากเปิดร้านมือถือ

เรื่องของการเขียนบล็อก ไม่ใช่เรื่องของรายได้จากการเขียน แต่เป็นเรื่องของการแชร์ Passion จนต่อยอดให้ธุรกิจดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.