PhotiGo ในมุมมองของช่างภาพ

ตอนแรกจะเขียนหัวข้อว่า “รีวิว” ซะแล้ว แต่เนื่องจากตัวแอพเพิ่งเปิดใหม่และเปิดตัวเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง และเรายังไม่ได้งานจาก PhotiGo เลยบทความนี้ขอแค่พูดถึงก่อนแล้วกัน

Freelance platform เดี๋ยวนี้ในไทยมีเยอะมากขึ้น ตั้งแต่ Fastwork, Freelancebay, Nganyiem รวมไปถึง Grab แอพขับแท็กซี่นั่นแหละ แต่ปัญหาเหล่านี้คือ ไม่ได้เน้นสายงานไหนเป็นพิเศษ รู้ไหมว่า ถ่ายรูปใน Fastwork คนจ้างน้อยมาก และใน Facebook กลุ่มที่หาช่างภาพรับปริญญา ส่วนใหญ่จะแห้วกัน เพราะลูกค้าโพสต์ 1 โพสต์ ช่างภาพส่งพอร์ตกัน 200 กว่าคน เราจะต้องเป็นตัวเลือก 1 ใน 200 ให้ตายสิ

ในขณะเดียวกัน คนทั่วไปเดี๋ยวนี้อยากได้รูปสวย ๆ ถ่ายเพื่อขายของบ้าง หรือไปเที่ยวแล้วอยากได้ภาพสวย ๆ อารมณ์ประมาณว่า อุ๊ย!! ลืมกล้อง หรือในก๊วนเพื่อนไม่มีใครถ่ายสวยซักคน ยิ่งงานกลางคืน น้อยคนจะรู้การถ่ายภาพให้สวย อย่างมากก็ไปผับดัง ๆ แล้วรอแอคท่าสวย ๆ ให้ช่างภาพของ Siam2nite ถ่ายให้ก็มี แต่งานวันเกิดที่จัดกันเอง ไม่มีช่างภาพ Siam2nite เค้ามาถ่ายให้หรอก เพราะเค้าถ่ายแต่ในผับดัง ๆ เท่านั้น

แต่บางคนคิดว่ามีกล้อง อ้อ!!! เพิ่งซื้อกล้องมา แล้วมาถ่ายภาพกลางคืน พัง!!! เพราะไม่ได้ซื้อ Flash และเลนส์ยังเป็นเลนส์คิทที่ค่า F เริ่มต้นที่ 3.5 เป็นต้นไป

ปัญหาเหล่านี้ แอพเรียกช่างภาพ PhotiGo จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้ภาพสวยโดยไม่ต้องซื้อกล้องเพิ่มครับ

รู้จักกับแอพ PhotiGo กันก่อน

เรารู้จักแอพ Photigo ตอนที่คุณ Tavepong พูดถึงในรายการคุยกันใหญ่

จำไม่ได้ว่าเป็นรายการคุยกันใหญ่ตอนไหน แต่น่าจะประมาณต้นเดือนสิงหาคมครับ

ในช่วงนั้นผมร้อนเงินมาก ๆ และยังคิดว่า Freelance เป็นวิธีหาเงินที่ดี แล้วทุกวันนี้ก็ยังดูรายการคุยกันใหญ่เป็นประจำ ในรายการคุยกันใหญ่ตอนไหนไม่รู้ที่จัดประมาณต้นเดือนสิงหาคม มีการโปรโมทแอพหาช่างภาพแอพใหม่ ตอนนั้นสนใจมากเลยเข้าไปสมัครเป็นช่างภาพครับ

สำหรับคนที่สงสัยว่า รายการคุยกันใหญ่เป็นรายการอะไร รายการนี้เป็นรายการที่พูดคุยเรื่องข่าววงการถ่ายภภาพ, กล้อง, อุปกรณ์ รวมถึงดราม่าในวงการถ่ายภาพและทางรายการจะตีแผ่ประเด็นดราม่านั้น ซึ่งผู้ร่วมรายการหลักจะมี 4 คน คือ พี่หาว พี่ใหญ่ คุณ Tavepong และน้าไก่ และบางสัปดาห์จะเชิญผู้ร่วมรายการมาพูดด้วย เช่น น้าโอ๋ นักป้ายยาในตำนาน, RBJ เจ้าพ่อแห่ง Nikon, Vin Buddy เจ้าพ่อ Candid เป็นต้น ซึ่งรายการคุยกันใหญ่จัดทุกวันพุธเวลา 21:00 ผ่านทาง Facebook Page “คุยกันใหญ่” รูปโปรไฟล์จะเป็นหมุดปักครับ

ตัวอย่างวีดีโอจากรายการ คุยกันใหญ่

โดยช่วงแรก ๆ ของการคัดเลือกเป็นช่างภาพใน PhotiGo เค้าจะคัดเลือกช่างภาพที่ถ่ายงานนั้นเก่งจริง ๆ โดยขอดู Portfolio ถ่ายภาพในแต่ละหมวดก่อน ซึ่งการสมัครครั้งแรกเราสามารถเลือกภาพที่ชอบให้ทาง PhotiGo ตรวจสอบได้ไม่จำกัดครับ

หลังจากส่งไปแล้ว ผมรอจนถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2018 ผมได้อีเมลมาว่า เราได้รับเลือกไปเทรนวิธีใช้งานแอพถ่ายภาพ PhotGo ที่ X2 Vibe ตรงแถว ๆ อ่อนนุช (ใกล้บ้านมาก 5555) ครับ

Screenshot_20181011-110016

ในวันที่ Train การใช้แอพ

ตอนแรกยังงง ๆ กับระบบของ PhotiGo อยู่ว่าจะไปทางไหน แต่พอได้สัมมนา train การใช้แอพจริง ๆ ตัวแอพ PhotiGo ระบบเป็น Freelance Platform ที่เน้นการถ่ายภาพโดยเฉพาะ ซึ่งเรทราคางานจะคิดเป็นชั่วโมงเหมือนกับดาราหลาย ๆ คนเวลาออกงาน ไม่ได้คิดเป็นครึ่งวัน เต็มวันเหมือนปกติ ตรงนี้ทำให้ลูกค้าสามารถจ้างถ่ายภาพได้ราคาที่ถูกลง

ซึ่งหลังจากที่เทรนการใช้แอพ เห็นบอกว่าต้นเดือนจะเริ่มเปิดให้ดาวโหลดแอพ PhotiGo กันแล้ว และผมรอถึงวันที่ 1 กันยายน แต่ปรากฎว่ายังไม่มีให้โหลดแอพ PhotiGo ครับ

รอประมาณเกือบ ๆ กลางเดือนกันยายน มีอีเมลแจ้งมาว่า ให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง และครั้งนี้ การส่งพอร์ตลดลงจากลงกี่รูปก็ได้ ให้คัดเหลือเพียง 6 รูปเท่านั้น

จนกระทั่งปลายเดือนกันยายน แอพ PhotiGo และ PhotiGo Crew เปิดให้โหลดและทางแอดมินแจ้ง Username กับ Password เข้าใช้งานครับ

การใช้งานเบื้องต้น (สำหรับช่างภาพของ Photigo)

การใช้แอพ PhotiGo จะคล้าย ๆ พวกแอพหาคู่ผสมกับแอพแท็กซี่อย่าง Grab บางคนล้อไปว่า “อ๋อ แอพ Grab ช่างภาพใช่มะ 55555” ซึ่งหลักการทำงานของแอพ PhotiGo คือลูกค้าเค้าจิ้ม ๆ เลือกจ้างงาน สมมติว่าเป็น Portrait ก็เลือกไป สักพัก ในแอพ PhotiGo สำหรับช่างภาพอย่าง PhotiGo Crew จะเด้งแจ้งเตือนว่า Incoming job แปลเป็นไทยว่า “งานเข้า!!!” มาดูกัน

Screenshot_20181006-002011

หากเข้า Incoming job ตรงการแจ้งเตือนของโทรศัพท์ จะเด้งเข้าหน้านี้ โดยในหน้านี้จะบอกว่างานนี้เค้าไปแนวไหน สถานที่ทำอยู่ที่ไหน จำนวนช่างภาพ และ requirement ของงานครับ แต่จากที่ผมสังเกตมา

สถานที่ถ่าย : ตรงนี้อย่าเพิ่งเชื่อว่าต้องไปที่นั่น เพราะลูกค้าบางคนเค้าเอาที่ที่ตัวเองอยู่เป็นที่ถ่ายภาพ อย่างบ้านอยู่ใกล้ห้าง EmQuartier เค้าเอา EmQuartier เป็นจุดนัดเจอ ถ้าอยากรู้จริง ๆ ว่าถ่ายที่ไหน ต้องลองสอบถามกับลูกค้าดู แต่กว่าจะสอบถามได้ ลูกค้าต้องเลือกเราถ่ายภาพก่อน

แนวการถ่ายภาพ : ตอนนี้มีแต่ Portrait, Night out และ Mobilegraphy สำหรับ Graduation ยังไม่มี เพราะพวก Incoming job ที่เด้ง ๆ ทุกอันเป็นการเทสระบบจากแอดมินทั้งนั้น

จำนวนช่างภาพ : อันนี้แล้วแต่เลือกเลย ส่วนใหญ่จะ 1 ท่าน

สิ่งที่ต้องมีเพิ่มเติม : ตรงนี้ลูกค้าเค้าจะ Request มาว่าอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ต้องใช้ในงานมีอะไรบ้าง หลัก ๆ ก็จะเป็น Flash สำหรับถ่ายภาพกลางคืน, เลนส์หลังละลาย, เลนส์ Telephoto ซึ่งที่ดูมายังมีแค่นี้อยู่ เดี๋ยวเราอัพเดทเรื่อย ๆ ครับ

กดรับงาน แต่ยังไม่ได้งานซะทีเดียว

หากเรากดรับงานนี้ เท่ากับเรายื่นพอร์ตถ่ายภาพให้ลูกค้าดู ซึ่งภายในเวลา 30 นาที ลูกค้าเค้าจะเลือกว่าใครดี ซึ่งการเลือกช่างภาพ คนที่มาก่อนจะได้เปรียบ เพราะลูกค้าบางคนเค้าก็ดู ๆ ๆ ๆ ๆ ประมาณ 4-5 คน แล้วจิ้มเลือก ซึ่งแน่นอนว่า โอกาสไม่ได้งานมีสูงมากจนการไม่ได้งานในแอพนี้เป็นเรื่องปกติไปเลย

Screenshot_20181005-181130

ในช่วงที่เทส ช่างภาพทุกคนจะเจอหน้าแจ้งเตือนแบบนี้กันทุกคน เพราะคนที่หาช่างภาพ เป็นทีมงานแอดมินซึ่งเค้ากำลังทดสอบระบบอยู่ จนกระทั่งถึงตอนนี้ (วันที่ 11 ตุลาคม) ลูกค้าจริง ๆ ยังไม่มา แต่เชื่อว่าปลายเดือนตุลาน่าจะมีลูกค้าเค้ามาบ้างแล้ว เพราะจะมีโค้ด Promotion ให้ลูกค้าลดราคาด้วย

แอพเปิดตัวด้วยโฆษณา Viral

เพราะคนไทยชอบอะไรที่มันฮา ๆ ขำ ๆ ทาง PhotiGo เลยสร้างโฆษณา Viral และให้เพจดัง ๆ ช่วยโปรโมท ส่วนใหญ่เป็นเพจแนว ๆ ถ่ายภาพในเครือที่คุณ Tavepong ได้แจม ๆ กันอย่าง 2how.com, ช่างภาพชื่อดังฐานะร่ำรวย หรือแม้แต่คุณ Tavepong ก็แชร์ต่อเรื่อย ๆ

Gimmick ของโฆษณาชุดนี้อยู่ที่ชื่อของกระเทยในคลิปคนนึง ดันไปตรงกับชื่อช่างภาพในก้วนของรายการ “คุยกันใหญ่” เลยมีการแซว ๆ กันเล็กน้อย แต่จริง ๆ เนื้อหาของคลิปโดนใจคนทั่วไปที่เจอปัญหาด้านการถ่ายภาพ เช่น แฟนขอถ่ายรูปสวย ๆ สไตล์พิม ๆ อะไรซักอย่าง (อันนี้เจอกับตัวเลย เคยมีแฟนแล้วแฟนอยากให้ถ่ายโน่นถ่ายนี่ไปเรื่อย แต่เราถ่ายสวยก็เลยรอด) หรือไปเที่ยวกับก๊วนเพื่อน แต่รูปในทริปดันไม่มีคนถ่ายภาพเลย เฮ้ย!!! อะไรกัน หรือจัดงานวันเกิด ปาร์ตี้กันมัน แต่ภาพที่ได้ ได้แต่ภาพเมา ๆ เบลอ ๆ ซึ่งหลาย ๆ คนต้องเจอปัญหาแบบนี้แน่ ๆ
แอพ PhotiGo เลยถือกำเนิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ครับ

หลังจากคลิปนี้ปล่อยออกมา คนเข้ามาคอมเมนท์ส่วนใหญ่แท็กเพื่อนให้มาดูกัน ซึ่งโฆษณานี้ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี มีคนพูดถึงแอพนี้กันพอสมควร

การคิดรายได้ของ PhotiGo

รายได้ของเราจะถูกหัก 20% จาก PhotiGo ซึ่งเงิน 20% ที่ว่าเป็นค่า Commission ของ PhotiGo เพื่อใช้ดูแลระบบ, อัพเดทแอพ, ทำโปรโมชั่นครับ โดยเงินที่ได้จะมีวันถอนเงิน คล้ายคลึงกับระบบของ Fastwork ด้วย

ความคิดเห็นในมุมมองของช่างภาพที่มีต่อ Photigo

งาน Night out ที่รับในบางที่อาจมีปัญหา

DSC01194
ถ้าเป็นห้องคาราโอเกะหรือบาร์เล็ก ๆ ไม่ได้ใหญ่ อันนี้ไม่มีปัญหา ถ่ายได้ ถ่ายดี ถ่ายไปเลยครับ แต่ถ้าเป็นไนท์คลับชื่อดังที่มีลูกค้าท่านอื่นเข้าไป ไม่ได้จัดเป็นโซน VIP แบบส่วนตัว ๆ ระวังจะมีปัญหา เพราะลองคิดสภาพดู เราเข้าไปในผับเพื่อถ่ายรูป แรก ๆ เราเข้าไปกับก๊วนเพื่อนแบบเนียน ๆ ถ่าย ๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าเราเข้าที่นั้นบ่อย ๆ เราเปลี่ยนกลุ่มเพื่อนไปเรื่อย และมาเพื่อถ่ายรูป ทาง bouncer (พวกการ์ดรักษาความสงบ) หรือเจ้าของภาพจะเพ่งเล็งเราและลากช่างภาพไปสอบสวนว่ามาทำอะไร ดูแล้วไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป เปลี่ยนเพื่อนไปเรื่อย เข้าออกบ่อย

ซึ่งเราเคยโดนมาแล้วที่ผับแห่งหนึ่ง ตอนแรกก็ไปกับก๊วนเพื่อน ๆ เข้ากับเพื่อน ๆ ตามปกติแล้วถ่ายภาพเพื่อน ๆ ในผับ แต่พอเข้าไปครั้งที่ 3 กับลูกค้ากลุ่มใหม่ โดนเพ่งเล็งและลากเราออกไปข้างนอกเพื่อสอบสวนว่ามาทำอะไร อารมณ์คล้าย ๆ ตม.เกาหลี ซึ่งตอนนั้นลูกค้าไม่ยอม มีการต่อว่า bouncer แต่เหตุการณ์เร็วมากจนเราถูกลากไปสอบสวน โดย bouncer ทำการตรวจค้นร่างกายและเอาบัตรประชาชนไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรมซะงั้น

“ดูเหมือนคุณไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป” เจ้าของผับตั้งข้อสงสัยกับผม ตอนนั้นผมยังงง ๆ กับตัวเองอยู่ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นไม่ได้ดื่มอะไรเลย “ถือกล้อง ไปกับเพื่อนใหม่ ๆ แบบนี้ คุณเป็นใคร”

“ก็นักท่องเที่ยวทั่วไป” ผมตอบ “ที่ชอบอะไรที่มันมืด ๆ สนุก ๆ มัน ๆ แบบนี้”

“ดูทรงแล้วไม่น่าจะใช่ ปกติถ้าคุณมากับเพื่อนต้องเป็นเพื่อนคนเดิม ๆ แต่นี่คุณมากับคนใหม่เรื่อย ๆ เปลี่ยนคนไปเรื่อย”

“อ้าว มีเพื่อนเยอะก็ผิด” ผมเอ่ยปากแบบงง ๆ

“ไม่ผิด แต่พฤติกรรมมันน่าสงสัย ขอดูภาพจากกล้องหน่อย” เจ้าของผับสั่งให้ผมให้กล้องเพื่อตรวจสอบภาพ ซึ่งเจ้าของมองดูไปดูมา ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ โชคดีที่ลบไฟล์งานที่เคยถ่ายในผับก่อนหน้านั้นไปแล้ว เพราะผมเอาลงคอมหมด อีกอย่าง เป็นไฟล์ RAW พอลงคอมหมดก็ format SD Card แล้วเริ่มถ่ายใหม่ ภาพใน SD Card ส่วนใหญ่มีแต่ภาพ Street ไม่มีภาพถ่ายในผับแต่อย่างใด

เจ้าของผับเห็นแล้วอึ้ง เพราะอาจจผิดคาด ไม่ใช่อย่างที่คิด แต่ดูเหมือนเค้าวางฟอร์ม ไม่ขอโทษอะไรเลย พร้อมบอกว่า

“ที่นี่เค้าห้ามถ่ายภาพ รู้ไหม”

“แล้วถ้ากล้องมือถือล่ะ”

“มือถือถ่ายได้ แต่กล้องทั่วไปเราไม่ให้ถ่าย ไปหาเพื่อนได้แล้ว”

คำขอโทษไม่มีซักคำ แล้วผมก็เดินไปหากลุ่มลูกค้าที่นัดเอาไว้ โชคดีที่ลูกค้ายังไม่ได้จองโต๊ะทำให้คืนนั้นเรากับลูกค้าย้ายร้านไปร้านอื่น ๆ ที่เปิดให้ปาร์ตี้เต็มที่ครับ
คำแนะนำของผมคือ ถ้าเป็นไปได้ คุยกับลูกค้าเรื่องสถานที่ถ่ายให้รอบคอบก่อน ควรเป็นสถานที่ที่มีพื้นที่ Private จะดีที่สุด

น่าจะมีระบบลูกค้าเปิดพอร์ตของช่างภาพและเลือกช่างภาพคนนั้นโดยตรง

ระบบนี้จะช่วยให้ช่างภาพมีโอกาสได้งานมากยิ่งขึ้น ลูกค้าบางคนสามารถจิ้มเลือกช่างภาพคนนั้นได้ทำให้มีโอกาสได้งานอีกทาง แต่ถ้ามีแต่ระบบหาช่างภาพและช่างภาพเสนอตัวเป็นตัวเลือก แล้วช่างภาพเสนอตัวเป็น 100 คน โอกาสได้ยากมาก ๆ ก็จะเจอแต่หน้า “เสียใจด้วยค่ะ” ตลอดเวลา และระบบจะไม่ต่างจากกลุ่มหาช่างภาพรับปริญญาที่มีบัณฑิตโพสต์หาช่างภาพ และช่างภาพรุมส่งพอร์ตเป็น 100 กว่าคน

สำหรับช่างภาพ Photigo อย่าแต่งตัวเป็นช่างภาพจ๋า ถ้ารับงานถ่ายภาพ Portrait, Pre wedding ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ที่ส่วนตัว

เพราะสถานที่ท่องเที่ยวบางที่อาจไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ และยิ่งถือกล้อง Full Frame พร้อมเลนส์ใหญ่ ๆ ทางเจ้าหน้าที่อาจจะสงสัยเหมือนกรณีถ่ายภาพ Night out ที่ผมเล่าไปข้างบน ซึ่งมีหลายที่ที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายด้วยกล้อง Full Frame หรือกล้องที่ดูแล้วหน้าตามัน Pro เช่น สวนสาธารณะ

2018-06-19 05.38.03 1

วิธีแก้คือ แต่งตัวให้เหมือนคนท่องเที่ยวทั่วไป อย่างใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ หากพกกล้องมา ควรเป็นกล้องที่หน้าตา Rangefinder มีเลนส์ไม่กี่ตัว เน้นเลนส์ Prime เป็นหลัก ห้ามแต่งตัวเหมือนช่างภาพอย่างพวกใส่เสื้อกั๊ก ห้อยกระเป๋ารกรุงรัง ซึ่งบางสถานที่จะค่อนข้าง Serious แต่ถ้าถ่ายงานรับปริญญา หรืองานที่เป็นสถานที่ปิดซึ่งเราเป็นช่างภาพหลักในงาน อันนี้แต่งตัวเป็นช่างภาพได้เลย ดูโปรด้วย

ทางที่ดี ช่างภาพควรศึกษาสถานที่บางสถานที่ให้รอบคอบก่อน ว่าที่ไหนถ่ายได้ ที่ไหนถ่ายไม่ได้ หากลูกค้าอยากไปถ่ายที่ที่เค้าห้ามถ่าย เราสามารถแนะนำให้ย้ายสถานที่ไปถ่ายที่อื่นก็ได้

ตอนนี้แอพยังไม่พร้อมใช้งานเต็มที่

ทางทีมงาน PhotiGo กำลังอัพเดทแอพให้ช่างภาพสามารถไปแก้ไขพอร์ทงานของตัวเองในอัพเดทถัดไป หรือแก้ไขราคาบริการเพิ่มเติม หากจะใช้งานได้เต็มที่น่าจะช่วงปีหน้าเป็นต้นไปครับ อยากให้ช่างภาพได้สมัคร PhotiGo เอาไว้ เพราะในอนาคต อาจจะเปิดรับช่างภาพยากมากขึ้น ซึ่งถ้าฮิตจนล้าระบบ อาจถึงขั้นมีการสอบคัดเลือกเหมือน ShutterStock ครับ

สิ่งที่ควรมีเพื่อรับงานถ่ายภาพจาก Photigo

  • กล้องเซนเซอร์ Micro Four Thirds ขึ้นไป ในระดับ Semi Pro หรือมากกว่านั้น พร้อมเลนส์ที่ครบช่วง (หากมีเลนส์เกรดโปรจะดีมาก) อย่างเลนส์ Prime ระยะ Normal, Wide, Tele, เลนส์ซูม Tele หรือมีเลนส์ Fish Eyes คู่กัน
  • Flash แยก (จำเป็นต้องมี ถ้ารับงานถ่ายภาพตอนกลางคืน)
  • มือถือที่โหลดแอพ Photigo และ Photigo Crew
  • เงินค่าเดินทาง
  • การแต่งตัวเนียนเป็นนักท่องเที่ยวหากสถานที่ถ่ายเป็นสถานที่ไม่ให้ถ่ายเชิงพาณิชย์
  • แอพแต่งภาพ Lightroom หรือ Capture One
  • ตั้งกล้องให้ถ่ายไฟล์ RAW เพื่อแต่งภาพออกมาได้ดีที่สุด

สำหรับช่างภาพท่านไหนที่อยากจะเข้าร่วมเป็นช่างภาพในเครือ PhotiGo สามารถสมัครได้ที่ http://photigo.run/ เลยครับ ถ้าไม่รีบสมัคร เดี๋ยวมาสมัครอีกที ยากน้า!!!

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.