เมื่อถ่ายพริตตี้แล้วไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน

ช่างภาพหลาย ๆ คนเวลามีกล้องก็อยากจะถ่ายพริตตี้บ้างอะไรบ้าง หรือบางคนอยากมีกล้องเพื่อได้ใกล้ชิดกับพริตตี้ก็มี ซึ่งผมคือหนึ่งในนั้น มันคือหนึ่งในเหตุผลที่อยากมีกล้อง 55555 เพราะผมเคยถ่ายงานอีเวนท์มาก่อนช่วงประมาณปี 2012 โดยช่วงนั้นยังใช้กล้องที่ยืมจากเพื่อนมาอีกที และพริตตี้ในยุคนั้นสวยมาก โอ้โห แต่ละคนหน้าตาสวยบาดตาบาดใจหมดเลย ตั้งแต่นั้นมาผมเลยชอบงานต่าง ๆ ที่มีพริตตี้เพราะได้ไปถ่ายรูป ซึ่งหลังจากที่ถ่ายด้วยกล้องของเพื่อน ก็ใช้มือถือตัวเองถ่าย จนมีกล้องมาไม่กี่ปีนี้เอง

เวลาผ่านไป ผมเริ่มรู้สึกว่า ผมถ่ายพริตตี้แล้วไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนจะตื่นเต้นมากเมื่อเวลาใกล้ ๆ งานอีเวนท์ต่าง ๆ แต่ตอนนี้บางอีเวนท์ก็ไม่ได้อยากไปอะไรขนาดนั้น รู้สึกเฉย ๆ จะถ่ายก็ได้ ไม่ถ่ายก็ได้ เหตุผลเหล่านี้อาจจะเป็นความงี่เง่าส่วนบุคคล แต่อยากให้คนที่อ่านรับรู้กันครับ มาดูกันเลยว่า ทำไมถ่ายพริตตี้แล้วไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน

การถ่ายพริตตี้ = รบกวนพริตตี้ (เฉพาะบางบูธ)

DSC07413

มีพริตตี้น้อยคนมากที่จะแจ้งช่างภาพว่าสามารถคุยได้หรือไม่สามารถคุยได้ ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นเพราะเจ้าของบูธที่จัดแสดงด้วย จากที่ถ่ายพริตตี้มา มีพริตตี้หลายคนแอบกระซิบมาว่า “หนูโดนทาง Staff ต่อว่าอ่ะ” ทั้ง ๆ ที่ถ่ายอย่างเดียว และคุยอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีใส่พริตตี้ พริตตี้ที่บอกแบบนี้กับผม ผมรู้สึกไม่สบายใจและภายหลังก็ขอโทษ หรือไม่ไปถ่ายเลย

สิ่งที่ควรรู้เบื้องต้นคือ พริตตี้ทุกคนที่ยืนหน้าบูธ เค้ากำลังทำงานอยู่ ซึ่งบางบูธค่อนข้าง Strict มาก เค้าจะไม่คุยกับช่างภาพเลย เค้าจะปิดปากเงียบและโพสท่าต่าง ๆ ให้ช่างภาพได้ถ่ายกัน แต่ถ้าบูธไหนที่เข้าถึงพริตตี้ได้ใกล้ชิดมาก ช่างภาพก็อยากจะคุยอยากจะติดต่อพริตตี้เป็นการส่วนตัวซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่พริตตี้บางคนไม่ได้สื่อสารกับช่างภาพว่าบูธนี้เค้าไม่ให้คุยนะ และพอรู้อีกทีว่าพริตตี้โดนต่อว่า ช่างภาพที่รู้ก็รู้สึกผิดทันที

อย่างไรก็ตาม เจ้าของบูธเค้าจะไม่ว่าช่างภาพที่มาถ่ายภาพ ตรงกันข้าม เขาต่อว่าพริตตี้แทน แบบนี้ช่างภาพอย่างเรารู้สึกยังไงล่ะ

เราไม่สามารถให้พริตตี้โพสอะไรได้ตามที่ต้องการ ถ้าเธออยู่ที่บูธ

เมื่อถึงเทศกาลงานอีเวนท์ต่าง ๆ ประจำปี อย่าง Thailand Mobile Expo, Motor Expo หรืองานอื่น ๆ ที่มีพริตตี้ เรามักจะเห็นพริตตี้สวย ๆ โพสต์ภาพเป็นประจำ และพริตตี้บางคนโพสต์ภาพของตัวเองนอกบูธที่ถ่าย อย่างงานที่จัดตรงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ช่างภาพจะนัดพริตตี้ถ่ายนอกรอบกันที่ทางเดินข้าง ๆ ศูนย์ประชุม ฯ หรือที่ไบเทค บางนา ช่างภาพจะนัดไปถ่ายตรงแถว ๆ ลานโล่ง ๆ ข้าง ๆ ทางเข้า ซึ่งตรงนี้เราสามารถควบคุมพริตตี้ให้ถ่ายได้ตามที่ต้องการ ทั้งการคุมแสง ทั้งการคำนวณว่าแสงตกกระทบตรงไหน ตรงนี้สามารถทำได้

แต่ถ้าพริตตี้อยู่หน้าบูธ เราจะให้พริตตี้โพสท่าอะไรต่าง ๆ ยากอยู่ เนื่องจากเจ้าของบูธไม่ได้ให้อิสระกับพริตตี้มากนัก อย่างมากก็จะท่ายืน ท่าจิกกล้อง พวกท่ามาตรฐานทั่วไป แต่ถ้าสั่งให้แนบชิดผนังหรืออะไรอย่างอื่น พริตตี้อาจจะไม่ทำกัน

และที่สำคัญ เราไม่สามารถคุมแสงในงานได้เลย โดยเฉพาะงานแนว ๆ Motor เพราะแสงกระจุยกระจายเต็มไปหมด หากถ่ายแบบไม่เปิดแฟลช ก็จะพังเอาง่าย ๆ และแฟลชที่ว่าต้องเป็นแฟลชแยกที่มีการ์ด Bounce ด้วย งานนี้มีแต่เสียตังค์

Candid ยากหน่อย เพราะเธอจะเห็นง่าย

DSC07419

สำหรับช่างภาพมือใหม่อาจจะยังไม่รู้ว่าอะไรคือ Candid คำว่า Candid คือ “การถ่ายภาพทีเผลอ” จะเรียกว่า “แอบถ่าย” ก็ได้ แต่ไม่อยากให้ใช้คำว่า “แอบถ่าย” เพราะคำนี้ตีความหมายในทางที่ไม่ดี อย่างไปแอบถ่ายใต้กระโปรงสาว ๆ , แอบถ่ายในห้องน้ำ เป็นต้น

การถ่ายทีเผลอพริตตี้ ถ้ามันจะง่ายเลย มันก็ง่ายจริง ๆ แต่ถ้ามันจะยาก ก็ยากเลย ซึ่งถ้าถ่ายทีเผลอแบบง่าย ๆ คือพริตตี้กำลังคุยกับช่างภาพและก็ถ่าย Moment อันนั้น หรือคุยกับ Staff ในบูธ อันนี้ก็ทำได้ แต่ถ้าถ่ายพริตตี้ตอนกำลังยืนหน้าบูธและโล่ง ๆ ไม่มีใครคุย พริตตี้จะสังเกตได้ง่าย และถ้าเค้ารู้ตัว เค้าจะแอคท่าให้เราถ่ายภาพทันที 555555

แม้ว่าเค้ารู้ตัวแล้วเราสั่งให้พริตตี้ถ่ายทีเผลอ ความรู้สึกยังไม่ Real เท่าการถ่ายโดยที่เค้าไม่รู้ตัวจริง ๆ คำถามคือ ทำไมต้องถ่ายโดยที่ไม่รู้ตัว โรคจิตหรือเปล่า ที่ถ่ายไม่ให้รู้ตัวเพราะอยากเก็บภาพความเป็นธรรมชาติมากที่สุด และภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่อากัปกิริยาที่ดี ไม่ได้น่าเกลียดอย่างอ้าปากกว้าง ๆ หัวเราะหรือทำหน้ามีมสไตล์มิวสิค BNK48 คิดดู ถ้าเราถ่ายตอนที่เค้าคุยและยิ้มแย้ม มันก็น่าถ่ายเก็บเอาไว้นะ และเอาภาพนั้นให้พริตตี้ มันดูดีอย่างบอกไม่ถูก

หากส่งพอร์ทให้ลูกค้า ลูกค้ามักไม่ค่อยดูภาพถ่ายพริตตี้อย่างเดียวเท่าไรนัก

ใครที่กำลังจะถ่ายรูปเพื่อสร้าง Portfolio เอาไว้รับงาน แล้วคิดจะถ่ายภาพพริตตี้ แนะนำว่า ควรถ่ายภาพรอบ ๆ บูธด้วยอย่างเช่นลูกค้าเข้ามาคุยกับ Staff, MC กำลังโฟน ซึ่งถ้าเก็บภาพตัวบูธครบ เราสามารถยื่นพอร์ตรับงานถ่ายอีเวนท์ได้เลย

แต่ถ้าเน้นถ่ายพริตตี้ที่บูธอย่างเดียว อันนี้ผมไม่ค่อยแนะนำเท่าไรเพราะอย่างที่ผมบอก การถ่ายพริตตี้ที่บูธจัดการและควบคุมอะไรต่าง ๆ ค่อนข้างยาก เช่น เรื่องของคนที่เดินไปเดินมา, เรื่องเกรงใจ Staff, เรื่องเวลา, เรื่องทิศทางแสง ฯลฯ ซึ่งถ้าอยากเก็บพอร์ตถ่ายพริตตี้แบบจริง ๆ จัง ๆ คือนัดพริตตี้ไปถ่าย Portrait กันนอกรอบไปเลยจะดีที่สุด เพราะเราควบคุมการถ่ายได้เต็มที่

สำหรับพอร์ตงานถ่ายภาพพริตตี้ จะใช้ได้จริง ๆ ก็กับงานถ่ายภาพ Event ที่มีพริตตี้เยอะ ๆ เช่น งานแนว ๆ รถกับมอเตอร์ไซค์อย่าง Motor Expo, Motor Show, งานดริฟท์รถ, งาน Drag อะไรต่าง ๆ ช่างภาพบางคนอาจถูกจ้างจากงานพวกนี้นก็เป็นได้

ปัญหาพริตตี้โพสต์ภาพใน Social Network โดยไม่ให้เครดิตกับช่างภาพ

ในขณะเดียวกัน ช่างภาพที่ถ่ายพริตตี้สามารถดังได้ถ้าเราอัพภาพพริตตี้คนนั้น แล้วแท็กภาพกับพริตตี้คนนั้นแล้วพริตตี้คนนั้นยินยอมให้ภาพของเราปรากฎใน Timeline ของพริตตี้เอง เพราะอย่าลืมว่า พริตตี้หลาย ๆ คนมีผู้ติดตามใน Facebook เยอะมาก

แต่โอกาสแบบนี้จะเจอยากหน่อย เพราะพริตตี้บางคนเค้าลงรูปและไม่ให้เครดิตว่าใครเป็นคนถ่าย ตรงนี้คือ “โคตรปัญหา” ที่เราได้ภาพจากพริตตี้และไม่ได้รับการโปรโมต คือลงรูปไปและยอดวิวยอดอะไรต่าง ๆ เข้าพริตตี้ฝ่ายเดียว ไม่ได้เข้าฝ่ายช่างภาพด้วย แม้ว่าตามกฎหมายจะกล่าวเอาไว้ว่า ภาพทุกภาพที่ถ่าย เจ้าของลิขสิทธิ์คือเจ้าของภาพ ๆ นั้น แต่ในความเป็นจริง บุคคลที่ติดในภาพแบบเห็นชัดเจน ก็เป็นเจ้าของร่วมด้วย ดังนั้น คนที่อยู่ในภาพสามารถทำอะไรก็ได้ในภาพนั้นในฐานะเจ้าของภาพนั้นเช่นกัน ซึ่งคนปกติทั่วไป เวลาเห็นภาพ Portrait เค้าจะคิดเสมอว่า เจ้าของภาพคือคนในภาพ แต่ไม่ได้คิดไปอีกว่าใครเป็นคนถ่าย

ดังนั้น ก่อนที่จะให้ภาพกับพริตตี้ ควรตกลงพริตตี้ก่อนว่า หากจะโพสต์ภาพที่ถ่าย ต้องให้เครดิตคนที่ถ่ายภาพนั้น แต่เรื่องของการลงโทษ ช่างภาพแต่ละคนกำหนดเองได้เลย เช่น ไม่ถ่ายพริตตี้คนนี้เป็นเวลากี่เดือน ๆ ก็ว่ากันไป

ถ้าเป็นไปได้ ควรใส่ลายน้ำลงไปในงาน เผื่อกรณีที่มีใครบางคนอัพรูปแล้วพริตตี้เห็นแล้วแชร์ต่อ ลายน้ำควรเป็นชื่อของเราที่รู้เลยว่าเป็นเรา

การถ่ายพริตตี้มักจะเป็นการลองเลนส์มากกว่า

ถ้าใครเป็นช่างภาพสายรีวิวที่คอยรีวิวอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าบอดี้กล้อง หรือเลนส์กล้อง และอยากจะทดสอบเลนส์กับการถ่ายภาพบุคคล การทดสอบกับการถ่ายพริตตี้เป็นเรื่องปกติที่ช่างภาพหลาย ๆ คนทำกัน เพราะอย่างที่บอก พริตตี้เค้าโพสท่าแบบสำเร็จให้ช่างภาพได้ถ่ายเก็บภาพกัน และสามารถใช้เป็น Reference ในการทำรีวิวได้ด้วย

อย่าลืมว่าบางที การหานางแบบอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ถ้านางแบบคนนั้นไม่ได้สนิทกับเราเลย จะไปชวนถ่ายก็กะไรอยู่

งานทุกปี คล้าย ๆ กันทุกปี ตำแหน่งเดิมทุกปี และพริตตี้คนเดิม ๆ เช่นกัน

DSC07920

พริตตี้เองคงเบื่อช่างภาพหน้าเดิม ๆ ก็มี 55555 อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้โกหก ถึงขั้นพริตตี้บางคนไม่อยากถ่ายด้วยเลย และถ้าพูดกันตามความเป็นจริง งานเดิม ๆ ที่จัดทุก ๆ ปีมักไม่เปลี่ยน Formation ของบูธมากนัก ข้อดีจริง ๆ สำหรับช่างภาพที่เพิ่งมาถ่ายในงาน Event นั้น ๆ คือ ปีถัดไป เราเริ่มรู้แล้วว่า บูธไหนพริตตี้เยอะ บูธนี้อยู่ไหน อะไรประมาณนี้

แต่สิ่งที่เจอบ่อย ๆ แน่ ๆ คือ พริตตี้คนเดิม ๆ ที่เคยเจอในงานก่อนหน้านั้นแล้ว เหมือนกับว่า อาชีพพริตตี้ก็มีคนทำไม่กี่คน ส่วนใหญ่ก็จะเจอกันแทบทุกงาน ยิ่งถ้าเป็นคนที่ไปงานแทบจะทุกงาน อย่างเช่น ไป Thailand Mobile Expo, งานบ้านและคอนโด, งานเกม TGS, งาน Motor Show, งาน Photo Fair, งาน Commart, งาน Thaibev ก็ต้องเจอพริตตี้ที่เคยเจอก่อนหน้านั้นแล้วแน่ ๆ บางคนบอกว่า ก็ดีนะเพราะเราก็รู้จักกับพริตตี้คนนั้นแล้ว เจออีกทีก็รู้จักกันมากขึ้น แต่มันจะเป็นผลเสียกับช่างภาพที่ถ่ายพริตตี้คนนี้และไม่ได้ทำความรู้จัก แล้วไปเจออีกครั้งในงานถัดไป เพราะพริตตี้เค้าอาจจะมองเราไม่ค่อยดีนัก

ดังนั้น ถ้าใครถ่ายพริตตี้ ควรทำความรู้จักกับพริตตี้ด้วย เผื่อเวลาเจอกันก็จะได้คุยกันหอมปากหอมคอครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.