เทรนด์การถ่ายภาพในปี 2019

ช่วงประมาณเดือนสิงหาคม – ตุลาคมที่ผ่านมา ค่ายกล้องดัง ๆ อย่าง Canon, Nikon, Panasonic เริ่มทำกล้อง Mirrorless แบบ Full Frame ซึ่งการที่ค่ายกล้องหลาย ๆ ค่ายหันมาทำกล้องแบบ Mirrorless เป็นสัญญาณว่า ถึงเวลาแล้วที่เทคโนโลยีกล้องเข้าสู่ยุคของกล้อง Mirrorless อย่างจริงจังซักที หลังจากที่ Sony ผลิตกล้อง Mirrorless Full Frame ก่อนหน้าแล้ว

เป็นสัญญาณที่ดีที่ถึงเวลาที่ช่างภาพระดับโปรได้เวลาเปลี่ยนอุปกรณ์กล้องไปใช้กล้องที่ดีกว่าเดิม และกล้อง New Entry เดี๋ยวนี้เริ่มเป็น Mirrorless มากขึ้น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ที่กล้อง New Entry ยอดฮิตอย่าง Fujifilm ในยุค XA-3 จะฮิตระเบิดมาก ๆ ย้ำว่า ฮิตติดลมบนสุด ๆ แม้ว่ารุ่น XA-5 ที่เอาน้อง ๆ BNK48 มาเป็น Presenter แต่ปีที่ออก XA-5 ยอมรับครับว่า ไม่ได้ปังเท่ายุค XA-3 แต่ราคาของ XA-5 ตอนเปิดตัวแอบราคาถูกกว่าแน่ะ!!

ในขณะที่ตลาดช่างภาพมือโปรต่างให้ความสนใจกับกล้อง Mirrorless Full Frame ตัวใหม่ระดับ High End รู้หรือไม่ เทรนด์การถ่ายภาพในปี 2019 อาจจะเปลี่ยนไป ด้วยเทคโนโลยีกล้องที่แข่งกันสุด ๆ แต่บางที การแข่งเพื่อความ Perfect สุด ๆ ทำให้ดูไม่แตกต่างเท่าไร บทความนี้ผมแนะนำเทรนด์การถ่ายภาพที่อาจจะเกิดในปี 2019 ครับ

ภาพจากกล้องฟิล์ม Instant เริ่มมีบทบาทมากขึ้น

ได้ยินไม่ผิดหรอกครับ วงการกล้อง Instant กำลังมีบทบาทมากขึ้น แล้วมันกลับมาโอเคเลย ซึ่งตลาดกล้อง Instant ในปัจจุบันยังเป็นกลุ่ม Niche อยู่ เนื่องจากการใช้งานคล้ายคลึงกับกล้องฟิล์มของเล่น ถ้าใครทันกล้องฟิล์มแบบเล็ก ๆ จะรู้ว่า กล้องเหล่านี้ปรับรูรับแสงไม่ได้ ปรับทางยาวโฟกัสไม่ได้ แต่ทางผู้ผลิตปรับค่ากล้องให้ถ่ายง่ายที่สุด

864x576x2

กล้อง Instant คือกล้องที่ถ่ายออกมาแล้วภาพออกมาเลย อย่างพวกกล้อง Polaroid, Fujifilm Instax หรือ Lomo Instant, Leica Sofort กล้องเหล่านี้หน้าตาจะแปลก ๆ บางอันก็ย้อนยุคมาเลย บางอันก็รูปทรงประหลาด ๆ บ้า ๆ บอ ๆ สำหรับผม ผมดันถูกจริตกับกล้อง Lomo Instant Square อย่างบอกไม่ถูก เพราะมันเป็นกล้องมีกะโปรงเหมือนกล้องสมัยก่อน ซึ่งระบบ Mechanic ของกล้อง Instant จะไม่ Digital จ๋าขนาดนั้น อารมณ์กึ่ง ๆ กล้องฟิล์มซะมากกว่า

ก่อนหน้านั้น กล้อง Lomo ฮิตมากในไทย เคยเป็นกระแสอยู่พักนึงช่วงประมาณปี 2009-2010 ซึ่งภาพของกล้อง Lomo ค่อนข้าง Contrast สูงมาก เป็นเอกลักษณ์ คนที่มีตังค์ในตอนนั้นก็ซื้อมาถ่ายเล่นกันและก็อัพลงใน Facebook กันเรื่อย ๆ ซึ่งตอนนั้นเทรนด์การแต่งรูป Lomo ฮิตติดลมบนสุด ๆ

แต่การจะได้รูปจากกล้อง Lomo แบบฟิล์มปกติค่อนข้างยาก อย่างในยุคนั้นถ่ายมาแล้วยังไม่ได้ภาพทันที ต้องเอาไปล้างฟิล์มและอัดฟิล์มตามร้านล้างฟิล์มซึ่งในยุคนั้นเหลือไม่มากแล้ว หรือไม่ก็เอาฟิล์มไปสแกนและกว่าจะ Process ให้เป็นไฟล์ Digital แต่ละภาพก็ยุ่งยาก แต่ทาง Lomography เองก็ยังไม่ทิ้งเทคโนโลยีถ่ายภาพสไตล์ฟิล์ม ๆ สีเพี้ยน ๆ บ้า ๆ บอ ๆ มัว ๆ มึน ๆ ซึ่งปัจจุบัน Lomography เลยอัพเกรดกล้องฟิล์มกลักเป็นกล้องฟิล์มแบบ Instant ในที่สุด โดยกล้องของ Lomography สามารถใช้ฟิล์ม Instant จาก Fujifilm ได้ด้วย ซึ่งกล้องฟิล์มแบบ Instant ตัดปัญหาเรื่องล้างฟิล์มไปเลย ได้ภาพสไตล์ฟิล์มเดี๋ยวนั้นทันที สมชื่อ Instant!!!

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่น่าสนใจคือ กล้องฟิล์มแบบ Instant ส่วนใหญ่ เป็นแบบ Medium Format เพราะฟิล์มที่ใช้เป็นฟิล์มขนาดใหญ่ที่ใช้ได้ทันที ไม่ได้เอาไปขยายภาพต่อหรืออัดภาพต่อ ดังนั้น ถ้าจะขิงว่าใช้เซนเซอร์อะไร บอกไปตรง ๆ เลยว่า “Full Frame อะไร เรามีกล้อง Medium Format ว่ะ 5555”

ถ้าเป็นไปได้ ช่างภาพควรติดกล้อง Instant ติดตัวไปด้วย ในขณะที่มีกล้อง Digital ตัวหลักตัวโปร ก็สะพายกล้อง Instant ไปอีกตัวแล้วสร้างโปรโมชั่นได้ภาพไฟล์ Digital + ภาพจากกล้อง Instant เดี๋ยวนั้นเลย ปัญหาตอนนี้คือ สมัยนี้คนได้ภาพก็จะเซฟลงใน Gallery มือถืออย่าง Google Photos ไม่ได้เอาไปอัดภาพ ทำให้ Feeling การได้จับภาพเป็น ๆ ไม่ค่อยมี ตรงกันข้าม ภาพจากกล้อง Instant เหมือนเป็น Flight บังคับว่า ถ้าคุณจะดูภาพ คุณต้องจับภาพนี้แล้วดู และภาพที่ถ่ายมีแค่ภาพเดียวในโลก ดังนั้นลูกค้าก็ต้องดูแลให้ดี ๆ ไม่ทิ้งขว้าง

ในสมัยนี้ ภาพถ่ายที่ถ่ายกันจากการรับงานต่าง ๆ แม้ว่าจะสวยแค่ไหน แต่ไฟล์ที่ได้เป็นไฟล์ Digital อาจจะแชร์ใน Social network ได้ง่าย แต่ดันจับต้องไม่ได้นี่สิ ปัญหาเลย ถ้าเป็นไปได้ การมีกล้อง Instant ดี ๆ สักตัวพกไปตามงานถ่ายภาพต่าง ๆ จะทำให้ลูกค้าได้ภาพแล้วรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก

อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม Instant จะแตกต่างจากการถ่ายภาพด้วยกล้อง Digital หรือกล้องฟิล์มบางตัว ช่างภาพควรศึกษาการใช้งานก่อนการเอาไปถ่ายจริง ๆ จัง ๆ และเรียนรู้การถ่ายด้วยกล้องประเภทนี้และกล้องแต่ละตัวทางยาวโฟกัสไม่เหมือนกัน เช่น Lomo Instant Square มีทางยาวโฟกัสระดับ Normal แต่ในรุ่นอื่น ๆ อาจจะมุมมองกว้าง เป็นต้น

เทรนด์การถ่ายวีดีโอกำลังมาเรื่อย ๆ

ในขณะที่กล้องแข่งขันสเปคกันดุเดือด แต่วงการถ่ายวีดีโอ มีกล้องตัวเล็ก ๆ แต่สามารถถ่ายภาพยนตร์อย่าง Blackmagic Pocket Cinema 4K กล้องตัวนี้ใช้เซนเซอร์ Micro 4 Thirds แต่ทีเด็ดของมันคือ สามารถบันทึกไฟล์วีดีโอได้ 12 Bit ซึ่งกล้องวีดีโอที่บันทึกวีดีโอ 12 Bit ได้ ต้องเป็นกล้องถ่ายหนังที่ราคาแรงเอาเรื่อง เริ่มต้นประมาณเป็น 100,000 กว่าบาท (ซึ่งราคา 100,000 ที่ว่ามีแค่บอดี้อย่างเดียว ยังไม่รวมเลนส์และ Gadget เพิ่มเติม) หรือถ้าเอาดี ๆ ก็เป็นล้านเลย

แต่ Blackmagic Pocket Cinema 4K ราคาไม่ได้แรงมาก หากรวมทั้งบอดี้และเลนส์ MFT ดี ๆ และพวก Gadget ต่าง ๆ ราคาไม่เกิน 100,000 บาท คำถามคือ แล้วทำไมมันต้อง 12 bit อะไรด้วย แล้ว 12 bit มันแตกต่างจากการอัดวีดีโอแบบปกติยังไง

ถ้าถ่ายวีดีโอแล้วไม่มีการขุดแสง เกรดสี ก็ไม่ต่างกันมาก แต่พวกงานวีดีโอระดับโปรที่ต้องการขุดแสง เกรดสีดี ๆ จำเป็นต้องใช้ไฟล์วีดีโอแบบ RAW ซึ่งไม่ต่างจากการถ่ายภาพด้วยไฟล์ RAW ที่เอาไฟล์ RAW ไปขุด ไปดึงรายละเอียด ไปเกรดสี อย่างถ่ายท้องฟ้าแต่ท้องฟ้าดันไม่ฟ้าจริง อยากจะแก้สีท้องฟ้าให้มันเป็นท้องฟ้ามากขึ้น ถ้าถ่ายด้วยไฟล์ RAW จะดึงได้ดีสุด ๆ ในปัจจุบัน กล้องที่ถ่ายไฟล์ RAW ราคายังแรงอยู่ แต่ Blackmagic Pocket Cinema 4K ทำให้การบันทึกวีดีโอไฟล์ RAW เริ่มจะเอื้อมถึงมากขึ้น แล้วตัวกล้องเองก็ไม่ได้ใหญ่ ทำให้สามารถใช้กับ Gimbal ได้ด้วย

ปัจจุบัน งานวีดีโอเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะด้วย Social Network อย่าง Facebook ที่เน้นเรื่องวีดีโอมากกว่าเดิม เวลาทำ Content แนววีดีโอจะทำได้สวยกว่าเดิม ซึ่งบางคนต้องการเกรดสี กล้องตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว

เลนส์ถ่ายภาพไม่ต้องคมก็ได้ แต่มีคาแรคเตอร์

เพราะลูกค้าหรือใครบางคนไม่ได้ต้องการภาพที่เลนส์คมชัดจัดเต็มอะไรขนาดนั้น เรื่องของคุณภาพงาน เรื่องของความคมชัด เรื่องของเฉดสีที่สวยเป็นงานของระดับมือโปรที่มาตรฐานที่สูง แต่บางคนไม่ได้ต้องการงานแบบนั้นเสมอไป บางคนอยากได้ภาพที่แสงส่องเข้ามาเต็มที่ บางคนต้องการภาพที่มัว ๆ หรือบางคนต้องการภาพที่โบเก้วน ๆ ดูมัว ๆ มึน ๆ หัว ตามหลักของการทำธุรกิจ ถ้าเราทำแต่ธุรกิจที่เหมือน ๆ กัน เช่น เจ้านี้ขายเคบับแล้วคนอื่นขายเคบับตาม สงครามราคาและความได้เปรียบมันแข่งกันเอง ในขณะที่เราฉีกมาใช้เลนส์แปลก ๆ ที่ถ่ายออกมาแล้วไม่ได้คม หรือโบเก้แปลก ๆ ไม่เหมือนใคร อาจทำให้ลูกค้าบางคนต้องการและเป็นจุดขายในที่สุด

ภาพจากเลนส์ Lensbaby Velvet 56 ที่ฟุ้งได้ฟุ้งดี

แต่อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่ต้องการอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย เพียงแต่ถ่ายเผื่อเอาไว้ให้ลูกค้าได้ตัดสินใจอีกรอบ และแม้ว่าผู้ใช้งานกล้องแบบ End User (คือซื้อกล้องมาถ่ายเล่น ๆ ไม่ได้ใช้รับงานจริงจัง) จะมีเยอะ แต่สุดท้ายก็ใช้งานกล้องเพื่อถ่ายภาพแบบมาตรฐาน ไม่ได้ฉีกแนวอะไรเยอะแยะ

ในปัจจุบัน เลนส์ที่มีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเองมักเป็นเลนส์มือหมุนอย่างพวก Petzval, Daguerreotype Achromat, Lens Baby ที่ให้โบโก้แปลก ๆ หรือความชัดของภาพไม่ได้เยอะ แต่ความไม่ Perfect เหล่านี้กลับไม่สามารถหาได้จากเลนส์เกรดโปร ดังนั้น การมีเลนส์ที่ให้ภาพแบบเฉพาะตัวก็สำคัญไม่แพ้กัน

ภาพถ่ายตัวเองจะสวยเมื่อมีเรื่องราวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ (และควรให้คนอื่นถ่ายให้)

ความจริงไม่ต้องโดนแอบถ่ายก็ได้ แค่มีอะไรที่มากกว่าการแอคท่าถ่ายรูปแบบปกติที่ต้องทำหน้านิ่ง ๆ ลองยิ้มใส่กล้องและหาอะไรทำเช่น กำลังจะอ้ำสตรอว์เบอร์รี่ หรือนั่งอ่านหนังสือให้มี Moment ว่าเราทำอะไรต่อไป สังเกตพวกคนดัง ๆ ใน Instagram ก็ได้ บางทีไม่จำเป็นต้องแอคท่าแบบปกติ

View this post on Instagram

อาชีพผู้จัดเสน่ห์ไม่ใช่แค่สร้างผลงานดีๆเพื่อคนดู แต่เราต้องสร้างบ้านให้ทุกคนที่ทำงานในบ้านมีความผูกพัน รักกันอย่างจริงใจ อยากให้กลับมาบ้านนี้เมื่อไหร่ก็มีความสุข วันนี้พิมพ์กับพี่เจี๊ยบเพิ่งเริ่มต้นสร้างบ้านเล็กๆ แต่ตั้งใจว่าจะเป็นบ้านที่ใครเข้ามาต้องมีความสุขกลับไป เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ .. ไปกันต่อค่ะ 🙂 @jeabsopidnapa #ลูกไม้ลายสนธยา … จบบริบูรณ์ ❤️

A post shared by PMD 🍒 (@pimmada) on

และถ้าเกิดไม่มีใครถ่ายให้ล่ะ แนะนำหาขาตั้งกล้องแบบปลาหมึกแล้วตั้งกล้องถ่าย ก็ช่วยได้ระดับนึง

อยู่ในรูปแค่คนเดียวมันเหงา หาเพื่อนมาอยู่ในเฟรมด้วยยิ่งทำให้ภาพมีสีสัน

ถ้าหากว่าเซลฟี่เดี่ยว ๆ มันไม่น่าดู ก็หาเพื่อน ๆ มาร่วมก๊วนเซลฟี่ด้วยยิ่งดี ซึ่งความน่าดูของภาพเซลฟี่คนเดียวกับเซลฟี่หลาย ๆ คน อย่างหลังจะน่าดูกว่า หรือถ้าไม่อยากเซลฟี่ก็ให้เพื่อน ๆ อีกคนถ่ายให้ด้วยก็ได้ มันดูสนุกอย่างบอกไม่ถูก

และที่สำคัญ ภาพที่มีเพื่อนเยอะ ๆ หากโพสต์ลงใน Social Network แล้ว Tag เพื่อน และเพื่อนที่ Tag มีเพื่อนเยอะด้วย ทำให้ภาพของเรามีการส่งต่อมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถ้าเราอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีเพื่อนเยอะ ๆ อาจจะได้ Connection เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

DSC07335

DSC07369

DSC00562

DSC00726

DSC01194

DSC03421

หน้าชัดหลังเบลออาจจะไม่ใช่ทุกสิ่ง

หลัง ๆ มา ผมเห็นภาพถ่ายบุคคลไม่ได้เน้นหน้าชัดหลังเบลอมากนัก คงเพราะข้อจำกัดของกล้องบางตัวที่ไม่ได้เบลอหลังอะไรมากมายหรือยังไม่มีเลนส์ที่รูรับแสงกว้าง ๆ ซึ่งการถ่ายรูปบุคคลในช่วงหลัง ๆ ไม่ได้เน้นเรื่องหน้าชัดหลังเบลออะไรเยอะแยะ เพราะถ้ากล้องที่ถ่ายไม่ได้ทำหน้าชัดหลังเบลอแบบจัด ๆ อย่างกล้องมือถือ, กล้องเซนเซอร์เล็ก ๆ หรือแม้แต่กล้อง Full Frame ที่มีแค่เลนส์คิท ถ้าถ่ายให้หน้าชัดหลังเบลอคงไม่ไหว

ไม่เป็นไร หา Background ดี ๆ ถ่ายก็ช่วยได้เยอะเลย

Background ดี ๆ ที่ว่าคือ Background ที่เป็นสีสีเดียว โทนเดียว อย่างถ้าจะสีอ่อนก็สีอ่อนไปเลย ถ้าจะสีเข้มก็สีเข้มไปเลย  ซึ่งตัว Background แก้เรื่องการละลายหลังได้ดีเพราะปัญหาของการไม่ละลายหลังคือ Background โทนสีตีกันมั่ว หลัง ๆ มา คนเริ่มหันมาถ่ายภาพที่มีฉากหลังเรื่อย ๆ มันก็ดีนะ

ซึ่งการถ่ายโดยใช้ฉากหลังจริง ๆ มีมานานแล้ว แต่เพิ่งจะกลับมาฮิตก็ช่วงนี้เนื่องจากพวกคนดังเริ่มถ่ายรูปตัวเองลง IG ด้วยมือถือและอยากจะอัพเดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ทันที

DSC00741
รู้หรือไม่ ภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์คิท แต่สวยได้เพราะฉากหลังที่เป็นพื้นหญ้าหมด
DSC07283
อันนี้เน้นฉากขาวกับมืดที่ไม่ได้กระจายเกินไป ไม่จำเป็นต้องหน้าชัดหลังเบลอขนาดนั้น
DSC03041
ถ่ายงาน Night out ไม่ต้องหน้าชัดหลังเบลอ ขอแค่มี Flash ก็ใช้ได้

View this post on Instagram

อากาศดีๆ🌊

A post shared by NuN=นัน (@nun_achareeya) on

ไม่ต้อง “จบหลังกล้อง” ก็ได้ Post Process สำคัญยิ่งกว่า

ก่อนหน้านั้นเคยมีประเด็นเรื่อง “จบหลังกล้อง” ซึ่งช่างภาพบางคนแซะกันในกลุ่ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่เชื่อไหมว่า ช่างภาพที่เก่ง ๆ เดี๋ยวนี้เค้าไม่จบหลังกล้องกัน เพราะการ Post Process ในโปรแกรม Lightroom กลับให้ภาพที่ดีกว่ามาก ถ้าเป็นช่างภาพที่อยากได้ไฟล์ดีจริง ๆ ก็ถ่ายเป็นไฟล์ RAW ไปเลยแล้วมา Post Process อีกทีจะดีที่สุด

ทางฟูจิฟิล์มต้องการให้คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของกล้องขนาด medium Format ได้ ด้วยราคา 6 หลักต้น ๆ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ fujifilm gfx 50r

โดยปกติกล้อง medium Format ราคาสูง ประมาณ 5 แสนขึ้นไปจนถึง 1 ล้านกว่า ๆ แต่ทาง Fujifilm ต้องการให้คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของกล้อง medium Format ได้ในราคาแสนต้น ๆ ซึ่งทาง Fujifilm ออกกล้อง Fujifilm gfx 50 S, 50 R และ 100 S ในปัจจุบันกล้อง Fujifilm gfx 50 มีเสียงตอบรับที่ดีมากๆ ทั้งน้ำหนักที่เบาและสามารถพกไปไหนมาไหนได้สะดวก

ผมได้มีโอกาสลองเล่น Fujifilm gfx 50 R ที่งานโฟโต้แฟร์ในบูธ Fujifilm ภาพที่ถ่ายจาก Fujifilm gfx 50 R มีความ Premium มีความเป็น medium Format ซึ่งแตกต่างจาก Full Frame พอสมควร ในขณะที่กล้อง Full Frame น้ำหนัก Body นับวันยิ่งมากขึ้น แต่ว่า Fujifilm gfx 50 R Body น้ำหนักทั้งบอดี้และตัวเลนส์น้ออยกว่ากล้อง Full Frame บางรุ่นซะอีก

ด้วยราคาที่สามารถจับต้องได้ในราคา 6 หลักต้นๆ ทำให้กล้อง Fujifilm gfx 50 R กำลังจะสร้างมาตรฐานใหม่ในอนาคตที่ช่างภาพทั่วไปสามารถซื้อและเอามาใช้งานได้ในราคาที่ถูกลง แลtนิยามใหม่ว่ากล้อง medium Format ไม่ได้ใช้เฉพาะในสตูดิโออย่างเดียวเท่านั้น

สรุป

ในปี 2019 การถ่ายภาพ Selfie อาจไม่ได้รับความนิยมเหมือนสมัยก่อน หากต้องการถ่ายภาพตัวเองจำเป็นต้องให้คนอื่นถ่ายด้วย และไม่ใช่แค่ให้คนอื่นถ่าย ต้องมีท่าทางที่เหมือนจะทีเผลอพร้อมกับ Background ที่ไม่รกเกินไป เป็นอันว่าใช้ได้ และใครที่มีปัญหาเรื่องการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ อย่างถ่ายออกมาแล้วมันไม่เบลอมาก การหา Background เป็นสิ่งที่เหมาะสม

ในขณะเดียวกัน กล้องฟิล์ม Instant ที่ออกมาเจาะตลาดกลุ่ม Niche ที่ยังหลงรักการถ่ายภาพสไตล์ฟิล์มอยู่เป็นทางเลือกใหม่สำหรับช่างภาพที่ต้องการมี Option เสริมให้ลูกค้า หรือคนที่หลงรักภาพกล้อง Film ที่ปัจจุบันหาร้านล้างยากมากขึ้น ซึ่งเดิมที พวกกล้อง Instant เป็นกล้องของคนที่มีรายได้ค่อนข้างดี เนื่องจากการถ่ายแต่ละครั้งค่อนข้างเปลืองฟิล์ม แต่การถ่ายแล้วมันเกี่ยวข้องกับงานมันก็คุ้ม อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ซื้อกล้อง Instant ที่ใช้ฟิล์มของ Fujifilm Instax ซึ่งกล้องที่ใช้ฟิล์ม Instax ได้ก็มี Fuji Instax, Lomography, Leica Sofort จะดีที่สุด เนื่องจากฟิล์ม Instax ไม่ได้แพงอะไรมากมาย แต่น่าเสียดายที่กล้อง Polaroid ใช้ฟิล์มของทาง Polaroid ที่แพงกว่า Instax มาก ๆ

และสำหรับคนทำ Content เดี๋ยวนี้ ถ่ายภาพอย่างเดียวไม่พอ ต้องถ่าย Video ด้วย ซึ่งการถ่าย Video แล้วเกรดสีปกติก็เพียงพอต่อการโพสต์ลงใน Social Network แต่ถ้าใช้งานแบบมืออาชีพ ควรมองหากล้องวีดีโอที่สามารถบันทึกไฟล์ RAW ได้ จะได้ปรับความสว่าง, ความเข้มได้ดั่งที่ไฟล์ภาพ RAW ที่ตอนนี้มีแทบจะทุกกล้องแล้ว

ในบทความนี้เราไม่ค่อยพูดถึงกล้องที่ออกใหม่มากนัก เพราะกล้องที่ออกใหม่ในปีนี้ต่างขายเรื่องสเปค Performance สำหรับมือโปรจริง ๆ และราคาที่คนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการถ่ายภาพ ปีหน้าเราอาจเห็นช่างภาพสะพายกล้อง Instant ไปด้วยก็ได้ เพราะกล้อง Instant จริง ๆ มันคือกล้องฟิล์มชนิดนึง แต่เป็นกล้องฟิล์มที่ได้ภาพทันที ไม่ต้องไปส่งล้างครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.