ประสบการณ์ถ่ายภาพรับปริญญา และวิธีเก็บพอร์ตสำหรับผู้เริ่มต้น

ทุก ๆ ปี จะมีเทศกาลรับปริญญามาตลอด ซึ่งเทศกาลนี้ในเมืองไทยถือว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญมาก ๆ สำคัญถึงขั้นจ้างช่างภาพกันเลยทีเดียว ในขณะที่รับปริญญาของต่างประเทศอาจเป็นพิธีที่ไม่ได้สำคัญถึงขั้นต้องถ่ายภาพ และการรับปริญญาคือหนึ่งใน Event ที่สำคัญมากในชีวิต ไม่ต่างจากพิธีแต่งงาน ดังนั้น Event นี้ งานออกมาต้องดี

ว่ากันว่า หากเรารับถ่ายภาพงานรับปริญญา เราสามารถทำเงินได้จากตรงนี้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว แต่จริงหรือเปล่า และมันยากมากไหม เหนื่อยไหม บทความนี้มาพูดถึงกันครับ

ก่อนอื่น รู้ช่วงเวลาที่แต่ละมหาวิทยาลัยมีพิธีรับปริญญา

วิธีหา ให้ใช้คำว่า “ตาราง รับปริญญา” ใน Google เราก็ดูเลยว่าวันไหนซ้อมใหญ่ วันไหนรับจริง สำหรับผมตอนที่เพิ่งทำพอร์ทใหม่ ๆ ก็จะเก็บภาพในวันซ้อมใหญ่ซะส่วนใหญ่ เรื่องนี้สำคัญมาก และวางแผนเวลาให้ดี ๆ

ควรไปเก็บภาพในวันซ้อมใหญ่ให้มากที่สุด

ถ้าเป็นวันรับจริง บางพื้นที่ไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากพื้นที่นั้นอยู่ในพระราชพิธี และคนส่วนใหญ่จะรวมตัวกันถ่ายเยอะมากตั้งแต่เช้า แต่วันรับจริงไม่ใช่ว่าถ่ายไม่ได้เลย แต่การถ่ายจะยากหน่อย จะใช้พื้นที่แบบวันถ่ายตอนซ้อมใหญ่จะไม่ได้บางที่เท่านั้น

DSC07784

ยิ่งมาเช้า ยิ่งได้เปรียบ

จุดเด่นของงานรับปริญญาคือเราสามารถเก็บภาพในช่วงชั่วโมงทอง (Golden hour) ได้ ซึ่งชั่วโมงทองที่ว่าคือช่วงเวลาถ่ายภาพกลางแจ้งที่ดีที่สุด แสงอาทิตย์กำลังดี ไม่เบาเกินไป ไม่แรงเกินไป โดยชั่วโมงทองที่ว่าจะอยู่ประมาณ 08:00 – 09:00 และ 17:00 – 18:00 หรืออาจจะเร็วกว่านั้นหรือช้ากว่านั้นขึ้นอยู่กับฤดูกาล อย่างช่วงที่ถ่ายตอนนี้ ผมมองว่า ชั่วโมงทองตอนเช้าอยู่ที่ 07:30-09:00 เลย เพราะตอน 7 โมงครึ่งก็ถ่ายภาพสวยแล้ว

DSC07268

งานรับปริญญาในแต่ละมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะมีรอบเช้าและรอบบ่าย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่บัณฑิตต่างมาเช้า ๆ เพื่อไปแต่งหน้าหรือไม่อยากรถติดกัน ซึ่งงานรับปริญญาไม่เหมือนงานถ่าย Event เพราะ Event จะมีแสงที่ควบคุมไว้เรียบร้อยแล้ว บางที่วางตำแหน่งแสงมั่วซั่ว ทำให้แบบที่ถ่ายออกมาไม่ค่อยสวย แต่งานถ่ายภาพรับปริญญา เน้นถ่ายภาพจากแสงธรรมชาติซะส่วนใหญ่ ดังนั้น งานถ่ายภาพรับปริญญาเหมาะกับมือใหม่หรือช่างภาพที่ไม่ค่อยชอบใช้ Flash ในการถ่ายครับ

ศึกษาสถานที่ที่สวยในมหาวิทยาลัย

ถ้าใครถ่ายงานรับปริญญาบ่อย ๆ จะรู้มุมหรือ Landmark สำคัญในแต่ละมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี แต่ถ้ามือใหม่อย่างผมที่หัดถ่ายภาพรับปริญญา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ศึกษาสถานที่สำคัญของแต่ละมหาวิทยาลัยหรือสถานที่ที่ถ่ายแล้วสวยก่อน หรือดูภาพของคนอื่นและค้นหาว่าภาพนี้ถ่ายตรงจุดไหน ตรงนี้ค่อนข้างสำคัญมาก ซึ่งช่างภาพรับปริญญาที่รู้มุมจะได้เปรียบมาก

DSC07283

เรทการหาเงินช่องทางนี้ค่อนข้างจำกัด

แต่น่าเสียดายที่การหาเงินกับบัณฑิตที่ถ่ายภาพรับปริญญาค่อนข้างจำกัด เพราะงานรับปริญญาของแต่ละมหาวิทยาลัยไม่ได้เกิดบ่อย ๆ บางที่ซ้อมใหญ่แค่ 1 วัน และรับจริงแค่ 1 วัน หรือบางที่ซ้อมใหญ่ 4 วัน รับจริง 2 วัน ดังนั้น กำหนดการรับปริญญาต้องศึกษาให้ดี ๆ ก่อน

และการหาเงินถ่ายภาพรับปริญญาส่วนใหญ่มีแต่ครึ่งวันเท่านั้น ถ้าจะหาเงินภายใน 1 วัน จะมีแค่ถ่ายรอบเช้าและรอบบ่าย ซึ่งค่าถ่ายภาพโดยเฉลี่ยของครึ่งวันประมาณ 3,000 บาท หากรับทั้งเช้าและบ่ายจะได้ลูกค้า 2 ราย เราจะได้เงิน 6,000 บาท / วัน

และพอหมดเทศกาลรับปริญญาอาจจะต้องรอเป็นเดือน หรือหากมหาวิทยาลัยที่อื่นจัดพิธีรับปริญญา และมันไกลจากบ้านมาก ก็เป็นอุปสรรคในการเดินทางอีก เช่น ผมอยู่บางนา แต่มีงานถ่ายภาพที่มทร. ธัญบุรีซึ่งไกลจากบ้านมาก อันนี้ผมก็ไม่รับ ไปรับงานอื่น ๆ แทน

สำหรับผม ถ้าอยากได้งานจริง ๆ ควรจ้างราคาตามมาตรฐาน (ครึ่งวัน 3,000 บาท เต็มวัน 4,500 บาทหรือแพงกว่านั้น) แต่ตอนโปรโมทลงกลุ่มต่าง ๆ ใน Facebook แจ้งด้วยว่า สามารถเอาเพื่อน ๆ มาหารกันจ่ายก็ได้ สมมติว่า ถ้ามีเพื่อน 5 คน ต้องการถ่ายครึ่งวัน ลูกค้าแต่ละคนจะจ่ายเพียง 600 บาท แค่นั้นเอง ซึ่งคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แนะนำเวลาลงพอร์ทควรลงพอร์ทถ่ายแบบหมู่คณะ ทำให้มีโอกาสได้งานมากขึ้น

DSC07359

การถ่ายแบบหมู่คณะ ควรอย่าเยอะเกิน 10 คน (ตกคนละ 300 บาท) เพราะถ้ามากกว่านั้น ภาพจะเริ่มออกมาไม่สวย และคุมยากมาก แต่ละคนจะไม่เด่น แนะนำว่าอย่าเกิน 6 คน ซึ่งกำลังดีครับ

ไม่ต้องสนใจเรื่องเงิน สนใจความสนุกในการถ่ายภาพ

แต่ตรงกันข้าม งานถ่ายภาพรับปริญญามันสนุกมาก สนุกกว่างานถ่ายภาพ Event เพราะบรรยากาศการถ่ายไม่ค่อยตึงเครียด และลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ Strict ในการถ่ายภาพมากเหมือนพวกลูกค้าทั่วไป ซึ่งการถ่ายงานรับปริญญาจะง่ายถ้าให้บัณฑิตอยู่กับครอบครัวหรืออยู่กับเพื่อนที่สนิท ๆ กัน และในมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ตึงเครียดเท่าพวกงาน Event ที่แข่งกันโฟนหรือมีรอบที่เราต้องตั้งใจถ่ายให้เต็มที่ บางทีเราพาบัณฑิตไปตรงนู้นหรือไปตรงนี้ได้ตามใจชอบ และถ่าย ๆ ไป

DSC07335

แต่ที่บางที่ก็ถ่ายยากเอาเรื่อง โดยเฉพาะบางมหาวิทยาลัยที่จัดที่รับปริญญาในที่ที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยของตัวเอง เช่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพที่จัดงานรับปริญญาที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถ้าใครเคยถ่ายที่นี่จะรู้ถึงความยากครับ แต่ที่ศูนย์ประชุมฯ ข้าง ๆ เป็นสวนสาธารณะ ซึ่งสามารถพาไปถ่ายได้ แต่เดินไกลอยู่

วิธีเก็บพอร์ตภาพงานรับปริญญาสำหรับคนที่ยังไม่เคยรับงานนี้

เป็นเรื่องปกติที่ช่วงต้น ๆ ของการรับงานสายถ่ายภาพจำเป็นต้องมีผลงานก่อนหน้านั้นมาบ้างเพื่อดูฝีมือการถ่ายภาพและมุมมองในการถ่ายภาพ รวมถึงการทำ Post process ด้วย หลาย ๆ คนถอดใจ ต้องการถ่ายภาพรับปริญญาแต่ไม่มีใครจ้างเพราะไม่มีพอร์ตหรือพอร์ตไม่ตรงกับมหาวิทยาลัย ซึ่งกว่าจะหาเงินทางด้านนี้ได้ ก็ยากเอาการ แต่ผมพอมีวิธีสร้างพอร์ตสำหรับช่างภาพที่อยากรับงานถ่ายภาพรับปริญญาครับ

แต่ก่อนอื่น สิ่งที่ไม่ควรทำเลยคือ ขโมยรูปรับปริญญาของคนอื่นและมาแอบอ้างว่างานนี้เราเป็นคนถ่าย รวมถึงเอารูปคนอื่นมาใส่โทนสีใหม่ ก็ไม่ได้ เพราะนอกจากผิดกฎหมายแล้ว เรายังติด Blacklist ในวงการถ่ายภาพด้วยเช่นกัน ซึ่งการติด Blacklist นี่รุนแรงยิ่งกว่าโดนหัวหน้าสั่งไล่ออกซะอีก เพราะ Blacklist ที่ว่า หมายถึงติดประวัติในวงการนั้นไปตลอดชีวิตเลย นั่นหมายความว่า เราไม่สามารถรับงานถ่ายภาพได้อีก เพราะโดนหมายหัวว่า Blacklist ไปแล้ว และการ Blacklist ลงโทษด้วย “สังคม” ไม่ใช่ “ตัวบุคคล” ทำให้ชื่อเสียงมันยากที่จะคืนกลับมา

วิธีสร้างพอร์ตช่วงแรก ๆ ลืมเรื่องรายได้ไปก่อน แต่เน้นงานของเราให้สามารถรับงานในครั้งต่อ ๆ ไปได้ ซึ่งวิธีแรกคือ ให้เพื่อน ๆ หารุ่นน้องหรือคนรู้จักมาให้เราถ่ายภาพด้วย แต่วิธีนี้ไม่เวิร์ค

วิธีสร้างพอร์ตภาพงานรับปริญญาสำหรับผม ง่าย ๆ เลยคือ เดินไปถ่ายบัณฑิตทุกคนที่กำลังตั้งท่าถ่ายภาพ

มันก็คล้าย ๆ ไปงาน Motor Expo แล้วเดินถ่ายภาพงานพริตตี้ไปเรื่อย ๆ ที่เราไม่หวังเรื่องรายได้ เน้นความสนุกเป็นหลัก

ก่อนอื่น ต้องรู้ก่อนว่า วันไหนที่บัณฑิตซ้อมใหญ่หรือรับจริง เช่นของจุฬาฯ ซ้อมใหญ่วันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา และรับจริงอีกทีวันที่ 4,5 ตุลาคมในอีกไม่กี่วัน เมื่อรู้วันแล้ว ก่อนวันถ่ายรูป ให้รีบนอนเร็ว ๆ เพื่อตื่นเช้า ๆ และออกเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยนั้น ควรตื่นนอนประมาณตี 5 จัดการชีวิตตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยก่อน 7 โมง

ช่วง 7 โมงจะเป็นช่วง Warm ช่วงศึกษา หามุมเด็ด ๆ แล้วถ้าเจอช่างภาพกำลังถ่ายภาพอยู่ ลองขอช่างภาพแล้วไปแจมด้วยกันก็ได้ เพื่อให้ได้ภาพอย่างที่ต้องการ แต่สำหรับผมซึ่งถนัดถ่ายภาพแบบ Candid อยู่แล้ว ผมจะให้ช่างภาพคนอื่นถ่าย ๆ ๆ ไปก่อน และผมหามุมทีเผลอแล้วเก็บภาพทีละภาพเรื่อย ๆ ซึ่งหากใครอยากฝึกถ่ายภาพ Candid งานรับปริญญาเป็นหนึ่งในงานที่ Candid มันมากสุด ๆ

DSC07151

สำหรับช่างภาพที่อยากเก็บพอร์ต ก็เนียน ๆ ถ่ายทีละคนเลยก็ได้ ซึ่งเราสามารถเข้าหาบัณฑิตได้หลาย ๆ คนและทยอยถ่ายไปเรื่อย ๆ เราก็ได้ภาพมาเป็นพอร์ตแล้ว

แต่ข้อเสียของการถ่ายภาพบัณฑิตแบบนี้คือ  เราไม่มีอำนาจในการสั่งให้บัณฑิตหันหน้าตามที่เราต้องการ เนื่องจากเราไม่ได้ถูกว่าจ้าง เช่น สั่งให้ยืนชิดกับตันไม้ สั่งให้หันหลัง สั่งให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ สั่งให้ถือลูกโป่ง เป็นต้น เว้นแต่ว่าบัณฑิตใจดีให้ถ่าย อันนี้ก็ได้เช่นกัน

ข้อควรระวังในการแจมถ่ายภาพคือ เราต้องให้ Priority กับช่างภาพหลักก่อนเสมอ และภาพไหนที่เราถ่ายแล้วบัณฑิตดูแล้วไม่ดี เช่น อ้าปาก หรือทำท่าที่ไม่ค่อยพึงประสงค์ ก็ไม่ต้องโพสต์ภาพนั้นลงสื่อออนไลน์หรือลงพอร์ตครับ

DSC07307

ช่วงเวลาถ่ายเก็บพอร์ตที่ดีที่สุดคือ ช่วง 07:30 – 09:00 เพราะแสงแดดกำลังดี ไม่แรงเกินไป หากเลยไปกว่านั้น แดดแรงมากขึ้นและภาพออกมาไม่สวย แสงแข็งไปหมด

ควรไปอยู่จุดที่บัณฑิตรวมตัวกัน ซึ่งส่วนใหญ่เราจะเห็นบัณฑิตรวมตัวกันแล้วถ่ายภาพกันเยอะกว่า ซึ่งการถ่ายภาพหมู่แบบ Candid เราสามารถแจมได้โดยไม่ต้องเกรงใจ (แต่ถ้าเจอบัณฑิตเดี่ยว ๆ มีเกรงใจนิดนึง) เราไม่จำเป็นต้องถ่ายในมุมของช่างภาพหลักเสมอไป บางทีก็ถ่ายอีกมุมเหมือนเราถ่ายภาพเบื้องหลัง มันมีความเป็น Candid สูงมาก

DSC07369

เลนส์ที่ใช้ควรเป็นเลนส์ที่มีระยะโฟกัสแบบ Normal และ Tele ถ้าเป็น Full Frame ก็ 50mm, 85mm* แบบเลนส์ Prime เพราะเป็นช่วงที่เหมาะกับการถ่ายภาพ Candid หรือไม่ก็ใช้เลนส์ซูมที่ระยะ Tele ขึ้นไปเลย สำหรับไฟล์ที่ถ่าย ใช้ไฟล์ RAW เลยครับ เพราะต้องทำพอร์ทเพื่อใช้งานในอนาคต

DSC07370

*สำหรับ APS-C ควรมีเลนส์ 35mm, 55mm และสำหรับ M4/3  ควรมีเลนส์ 25mm, 42mm

เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องคือ “การเดินทางไปมหาวิทยาลัย” ถ้าเกิดมหาวิทยาลัยนั้นมันไกลจากบ้านมาก ๆ เช่น อยู่ที่บางนา แต่อยากเก็บภาพพอร์ทที่ มทร. ธัญบุรี ซึ่งเดินทางยากมาก ๆ ก็ไม่ต้องรับ ให้ไปถ่ายที่ที่เดินทางสะดวกแทนอย่างที่จุฬา, หัวเฉียว, ไบเทค, QSNCC ฯลฯ การเดินทางเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าเกิดรับงานจริงแต่มาช้า เราอาจพลาดชั่วโมงทองและภาพออกมาไม่สวย ตรงนี้ต้องประเมินตัวเองด้วยว่า เราไปแล้ว ลำบากเราไหม ไม่ต้องรับงานถ่ายทั่วไทย

อัพพอร์ทไว้ที่ไหนดี

หากเราถ่ายภาพรับปริญญาแล้วอยากให้โลกรู้ แนะนำว่า ควรอัพรูปถ่ายของเราลงพอร์ทแบบออนไลน์จะดีที่สุด เช่น

  • อัลบั้ม Facebook อันนี้มันดีมากเพราะสามารถยิงอัลบั้มไปเพจหาช่างภาพรับปริญญาได้ด้วย
  • Instagram อันนี้อาจหายากหน่อย แต่โปรไฟล์มันเหมาะมาก
  • Pinterest รู้หรือยัง Pinterest สามารถทำ SEO กับ Google ได้ด้วย หากมีคนถูกใจก็แชร์ต่อเรื่อย ๆ
  • เว็บไซต์ของตัวเอง หากมีการคุยกันใน LINE แล้วอยากดูพอร์ท ถ้าแชร์อัลบั้มจาก Facebook อาจมีปัญหา แต่ถ้าโพสต์เว็บไซต์ของตัวเองจะเข้าดูได้เลย

พอร์ทที่ Perfect คือพอร์ทที่ตรงกับมหาวิทยาลัยที่ลูกค้าศึกษา

เช่นบัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต้องการหาช่างภาพ เราต้องส่งพอร์ทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เช่นกัน หากส่งพอร์ทของมหาวิทยาลัยอื่น เราอาจไม่ได้ลูกค้า ซึ่งมันจะอยู่ตัวเมื่อเราถ่ายไปแล้วอย่างน้อย 1 ปีครับ แต่ถ้าอยากได้ลูกค้าจริง ๆ ในปีแรก ๆ แนะนำว่า ให้ไปทั้งวันซ้อมใหญ่และวันรับจริง วันซ้อมใหญ่ก็ถ่าย ๆ ๆ ๆ ให้เยอะและรีบแต่งภาพให้เสร็จเร็วที่สุดเพื่อสร้างพอร์ตแล้วยื่นให้ลูกค้า แน่นอนว่า ลูกค้าบางคนที่อยากหาช่างภาพเฉพาะวันรับจริงก็ยังมีครับ เราก็เอาภาพถ่ายในวันซ้อมใหญ่ไปยื่นพอร์ตเลย

DSC00570

นอกจากนี้ ควรมีพอร์ต “งานถ่ายนอกรอบ” ซึ่งโอกาสได้ภาพงานถ่ายนอกรอบมันยากกว่างานถ่ายรับปริญญาในมหาวิทยาลัยซะอีก ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ไม่ต้องไปซีเรียส

การโพสต์พอร์ตเพื่อหาลูกค้าใน Facebook

ข้อดีของการโพสต์พอร์ตเพื่อหาลูกค้าใน Facebook คือฟรี ไม่ต้องเสียตังค์ แต่ข้อเสียคือช่างภาพก็ทำลักษณะแบบนี้กันเยอะมาก การแข่งขันก็สูงด้วย โอกาสที่จะได้ติดต่อกลับมามีไม่ถึง 1%

เราเลยจำลองตัวเองว่าเป็นบัณฑิตหาช่างภาพครับ ซึ่ง Step ของบัณฑิตในการหาช่างภาพจะ

  • Join เพจหาช่างภาพรับปริญญา
  • โพสต์หาช่างภาพรับปริญญา

และเดี๋ยวนี้คนใช้งาน Facebook ผ่านมือถือมากขึ้น ดังนั้นหากเราจะ Comment ในโพสต์ที่บัณฑิตหาช่างภาพ เราจำเป็นต้องโพสต์ภาพที่บัณฑิตหาง่าย ๆ ครับ โดยการโพสต์ที่ดีที่สุดคือ โพสต์รูป Collage แนวนอนแบบ 3×3 เพราะระบบ Facebook ให้ภาพแนวนอนใน Comment ได้ใหญ่ที่สุด ในขณะที่ภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือภาพแนวตั้งจะถูกย่อลงไป และภาพ Collage เพื่อโพสต์คอมเมนท์ควรเป็นรูปถ่ายเดี่ยวทุกรูป หากมีแต่ภาพถ่ายหมู่คณะก็เอาไว้ทำเป็นกรอบ และเอารูปถ่ายเดี่ยวอยู่ตรงกลางแทน สาเหตุที่ควรอัพรูปถ่ายเดี่ยวเพราะเวลาย่อภาพจะดูไม่รกเท่ารูปหมู่

และสิ่งต้องห้ามในการโพสต์คือ คอมเมนท์ลิงค์เข้าเพจช่างภาพของตัวเอง เพราะตามปกติ ลูกค้าไม่มานั่งดูงานโดยการกดลิงค์ ใครที่ทำอะไรง่าย ๆ สุด ๆ จะได้เปรียบที่สุด หรือแม้แต่คอมเมนท์เป็นลิงค์อัลบั้มของตัวเองก็ห้ามทำ มันอาจจะปรากฎเป็นอัลบั้มภาพในเวอร์ชั่น Desktop แต่เวอร์ชั่นมือถือ มันไม่ขึ้นครับ การโพสต์ภาพ Collage รวมภาพรับปริญญาแนวนอนคือสิ่งที่ดีที่สุด

 

หากเป็นภาพแนวนอน ภาพพอร์ตของเราจะเห็นใน Comment ชัดเจนแบบนี้

นอกจากบัณฑิตที่หาช่างภาพรับปริญญาแล้ว ยังมีช่างภาพด้วยกันหาช่างภาพรับปริญญาเนื่องจากคิวเต็ม โยนงานให้ แต่เงื่อนไขจะเพิ่มเติมตรงที่บางคนให้ Comment ในเฟสส่วนตัวหรือเพจของตนเอง เพราะบัณฑิตไม่เห็นเนื่องจากบัณฑิตไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มหาช่างภาพ ซึ่งหลัง ๆ มาเจอบ่อยเรื่อย ๆ

มีกล้องที่ไม่ใช่เซนเซอร์ Full Frame, Medium Format แต่อยากรับงานถ่ายรับปริญญา ทำได้ไหม

จริง ๆ กล้องที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ สามารถรับถ่ายภาพได้หมด ซึ่งกล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ก็จะมีกล้องฟิล์ม, DSLR, Mirrorless เอาง่าย ๆ กล้องตัวไหนที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ กล้องนั้นถ่ายภาพได้หมด

ยกเว้น พวกกล้องที่เปลี่ยนเลนส์แบบ Conversion อันนี้ไม่เอา

แม้แต่กล้องที่ใช้เซนเซอร์ Micro Four Thirds ก็สามารถรับงานถ่ายภาพปริญญาได้ บางคนสงสัยว่า มันรับงานได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่เซนเซอร์ไม่ได้ใหญ่เท่า Full Frame แล้วจะถ่ายหลังละลายได้เหรอ

จริง ๆ การถ่ายให้หลังละลายเป็นหนึ่งในการถ่ายภาพให้สวย แต่ภาพบางภาพไม่จำเป็นต้องหลังละลายเสมอไป เช่น ภาพที่ถ่ายแล้วมี Background เป็นสีเดียว หากถ่ายภาพ Portrait ด้วยกล้องเซนเซอร์ Micro Four Thirds เราก็ไม่ต้องถ่ายให้หน้าชัดหลังเบลอ ถ่ายยังไงก็สู้กล้อง Full Frame ไม่ได้ แต่ให้ถ่ายโดยเอาแบบอยู่หน้า Background ที่สีเรียบ ๆ แค่นี้ก็พอแล้ว

จุดเด่นของกล้องเซนเซอร์เล็ก ๆ คือ น้ำหนักค่อนข้างเบา พกพาสะดวก เลนส์ไม่ได้ใหญ่มาก เวลาจะกดถ่าย คนทั่วไปเห็นแล้วไม่รู้สึกเขินกล้อง และกล้องเซนเซอร์เล็ก ๆ จะเทพเรื่องการถ่ายแบบ Tele มาก พวก Candid อะไรนี่ กล้องเซนเซอร์ Micro Four Thirds ก็ทำงานได้ดีเหมือนกัน ซึ่งในความเป็นจริง ตั้งแต่ยุคกล้องฟิล์ม คนไม่ได้ถ่ายแบบอยากเน้นหน้าชัดหลังเบลออะไรขนาดนั้น

ในขณะเดียวกัน กล้องเซนเซอร์ APS-C ตอบโจทย์กับการถ่ายภาพรับปริญญาด้วยเช่นกัน เพราะพวกเลนส์รูรับแสงกว้างก็ยังให้ภาพที่เบลอได้อยู่ มันจะครึ่ง ๆ กลาง ๆ ระหว่าง Full Frame กับ Micro Four Thirds และ ณ ตอนนี้ Fujifilm ยังยืนยันว่าจะทำกล้องเซนเซอร์ APS-C ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งราคาเลนส์ของกล้องเซนเซอร์เล็ก ๆ เหล่านี้เอาจริง ๆ เบากว่าและราคาถูกกว่าพวกเลนส์ Full Frame ด้วยซ้ำ

และด้วยเม็ดเงินที่ได้จากการถ่ายภาพรับปริญญาที่ไม่ได้เยอะเท่าถ่ายภาพแบบอื่น ดังนั้น ยังไม่จำเป็นต้องใช้กล้องราคาแพง ๆ เพื่อรับงานถ่ายภาพรับปริญญาอย่างเดียว

จะหาลูกค้าได้อย่างไร

การหาลูกค้างานรับปริญญา จะมี 2 ทาง คือจาก Connection ของเราเอง อย่างหาจากเพื่อน ๆ ที่โยนงานให้ หรือหาใน Social Network อย่างกลุ่มหางานรับปริญญาใน Facebook ซึ่งบอกตามตรง หายากมาก!!! โอกาสได้มีไม่ถึง 1% เลยด้วยซ้ำ อย่างเช่น มีลูกค้าหาช่างภาพ 1 คน ก็จะมีช่างภาพรุมโชว์พอร์ตประมาณ 200 คน ซึ่งแน่นอนครับ ใน 200 คนจะได้เป็นตัวจริงแค่ 1 คนเท่านั้น

ฟังดูเหนื่อยใช่ไหม แต่อย่างที่ผมบอกไป งานถ่ายรับปริญญาอย่างมากได้แค่ค่าขนม ไม่สามารถกอบโกยรายได้จากส่วนนี้เท่าช่องทางอื่น ๆ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นบัณฑิตที่มีกำลังทรัพย์ไม่ได้เยอะอะไรมากมาย

อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำว่า อยากให้ถ่ายงานรับปริญญาให้สนุก ไม่ต้องไปซีเรียสเรื่องรายได้ ขนาดตอนนี้ผมยังถ่ายฟรีเลย เพราะต้องเก็บพอร์ตเรื่อย ๆ เพราะผมเพิ่งมาใหม่

DSC07186

ความจริงของภาพรับปริญญาที่ควรรู้

เชื่อไหมว่า บัณฑิตที่ได้ภาพไป อาจจะแชร์ใน Social Network ของตัวเองประมาณซักภาพสองภาพในประมาณ 1 สัปดาห์ และหลังจากนั้น อาจแชร์เรื่องอื่น และลืมเรื่องงานรับปริญญาไปเลย แปลกดีเหมือนกัน

สรุป

จริง ๆ การเก็บพอร์ตถ่ายงานรับปริญญาไม่ได้ยากเย็นอะไร ฟิลลิ่งคล้าย ๆ กับการไปถ่ายงานตาม Event ต่าง ๆ ที่ถ่ายเพื่อความสนุก หลาย ๆ คนอยากหาบัณฑิตเพื่อได้ถ่ายฟรี และถ้าเราไม่รู้จักบัณฑิตที่จบใหม่ วิธีที่ดีที่สุดคือ เดินเข้าไปถ่ายบัณฑิตไปเรื่อย ๆ เลย

แต่ถ้าบัณฑิตท่านไหนอยากมีภาพสวย ๆ ติดไม้ติดมือ แชร์ลงใน Social Network เท่ ๆ ปริ๊นภาพสวย ๆ ติดเอาไว้เป็นความทรงจำ มาจ้างเฮียได้เลย ช่วงนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ ใครสนใจ คลิกที่ลิงค์นี้เลย https://campzzz.com/graduationjob/

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.