BNK48 วงไอดอลที่เราติดตามตั้งแต่ Debut

Odyssey-2

แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย
แอบส่งใจอยู่นิด ๆ แต่ดูเธอช่างเฉยเมย
เอาหละเตรียมใจไว้หน่อยมันจะหัวก้อยต้องเสี่ยงกัน
Yeah Yeah Yeah

ไม่น่าเชื่อว่าเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ของ BNK48 จะดังเป็นพลุแตกถึงขนาดนี้ ซึ่งเพลงนี้ เราเคยเม้นไปใน YouTube แล้วว่า ความรู้สึกในการฟังเพลงมันเหมือนเพลงป็อปยุค “โฟร์-มด” โดยเฉพาะเพลง “Love Love” หรือ “เด็กมีปัญหา” จำได้เลยว่าเพลงพวก Love Love อะไรเนี่ยเราฟังตั้งแต่ตอน ม.4 และหลังจากนั้นกระแสเพลงป็อปของไทยก็เปลี่ยนมาเป็นแนวเกาหลี และคราวนี้ BNK48 ก็ถือกำเนิดขึ้นในที่สุด

เราเชื่อว่าทุก ๆ คนต่างรู้จักกับเพลงนี้เพราะเพจใน Facebook ที่เรากำลังติดตามอยู่เค้าทำ Content อิงกับเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” หรือ “BNK48” อย่างเพจลงทุนแมนที่กล่าวถึงโมเดลธุรกิจของวงนี้ และบางเพจก็เอาความเป็นคุกกี้เสี่ยงทายมาทำเป็น Content และ Boost โฆษณาใน Facebook ทำให้ความคุกกี้เสี่ยงทาย เราแทบจะหนีไม่ได้เลย

เพราะถ้าเราออกไปข้างนอก เข้าร้านเซเว่น ก็จะได้ยินเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ด้วย เพลงนี้กลายเป็นเพลงดังไปในปริยาย และเป็นหนึ่งในเพลงที่เกิดปัญหา Earworm ด้วย ดังนั้นต้องระวัง 5555555

จุดเริ่มต้นของการติดตามวงไอดอลวงนี้

จริง ๆ มีคนตั้งกระทู้ก่อนหน้านั้นเรื่องวงไอดอลของประเทศไทยอย่างกระทู้ “จากในคนที่อยากให้มี BKK48” ซึ่งตั้งกระทู้ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2557 แนะนำว่า ให้อ่านกระทู้นี้ก่อนแล้วค่อยย้อนไปอ่านในบทความนี้ต่อครับ

ซึ่งในปีนั้นยังคิดว่าต้องชื่อ BKK48 แต่หารู้ไม่ว่า BKK48 เป็นร้านนวดแถวสุขุมวิท 5555

ในกระทู้ที่เราพูดถึง หลาย ๆ คนมักพูดแต่ในแนวลบทั้งนั้นเลย แต่ไม่น่าเชื่อว่า สิ่งที่มองแบบลบ ๆ เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว กลับกลายเป็นความสำเร็จที่เราหลาย ๆ คนต่างรู้ ๆ กัน ประมาณว่า วันใดวันหนึ่งต้องได้ยินเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” 5555555

จ่าแห่งเพจ Drama Addict ทำให้เรารู้จักกับ BNK48 มากขึ้น

ตรง BNK Senpai หรือตอนออดิชั่นรุ่นแรก เราไม่ได้ติดตามอะไรเลย เรามาติดตามอีกทีตอนมีข่าว Debut ที่ EmQuartier ช่วงเดือนมิถุนายน 2560 ก่อนหน้านั้นเราศึกษาวัฒนธรรมของไอดอลมานิดนึง พอรู้ศัพท์ที่ใช้บ้าง อย่าง “โอตะ” “โอชิ” อะไรพวกนี้ ซึ่งคลิปที่ทางจ่าแห่งเว็บ Drama Addict อัดมาโพสต์ในเพจของตัวเอง (หรือเปล่าไม่แน่ใจ) เพราะส่วนใหญ่ดูจาก Fancam

และสิ่งที่ทำให้เราต้องติดตามวง BNK48 ไม่ใช่เพราะน้อง ๆ ไอดอล แต่เป็นเพลง

Aitakatta Aitakatta Aitakatta Yes

แค่แวบแรกที่ฟัง เรารู้สึกว่า เฮ้ย!!! เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ทำไมเพลงมันโดนใจเราขนาดนี้ เพลงนี้มันมีอะไรดีนะ เสียงน้องมันแปล่ง ๆ แอบมิกซ์เยอะ ๆ อันนี้ไม่ซีเรียส มันถึงขั้นที่เราต้องค้นหาเพลงต้นฉบับของเพลงนี้กันครับ ซึ่งมีคนเอามาอัพแล้วใน YouTube

คือเมโลดี้ของเพลงมันให้กำลังใจสูงมาก มันนึกถึงช่วงเวลาที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยและทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ อยู่ดี ๆ มีรุ่นน้องหน้าตาน่ารักมาแจกความสดใสถึงที่ ซื้อน้ำ ซื้ออะไรแบบ เฮ้ย!!!! อะไรกันนี่ ภายหลัง เพลงนี้ยกให้เป็นเพลงประจำตัว “มุกหมวย” ไปเลยครับ

ฐานแฟนคลับ (โอตะ) ช่วงแรก ๆ เหนียวแน่นมาก

DSC03750

เพราะ Concept ของไอดอลที่มีเลข 48 คือ “ไอดอลที่สามารถพบได้” ดังนั้นเราสามารถพบน้อง ๆ BNK48 ได้ใกล้ชิดมาก ๆ ที่ Digital Live Studio ตรง EmQuartier (แต่ในอนาคต น้อง ๆ จะย้ายไปที่ Theater กันแล้ว) โดยเราก็ไปแจมดูน้อง ๆ ที่ Digital Live Studio บ้างในช่วงที่เปิดตัวใหม่ ๆ ซึ่งทุก ๆ สัปดาห์ ฐานคนดูจะเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ ดราม่าก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่ง Staff เองก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน เพราะมักจะมีปัญหาที่ต้องแก้ทุกสัปดาห์ (ซึ่งแน่นอนว่าทีมงานยังไม่มีประสบการณ์กับวงไอดอลแบบนี้ด้วย)

จนช่วงที่วงนี้ดังระเบิดสุด ๆ อย่างตอนนี้ คนแน่นตู้ปลา (Digital Live Studio) เลย เราคงไม่ไปแล้ว

ดราม่าที่ตามมาของวงนี้

สาเหตุที่ BNK48 ดังได้นั้น จริง ๆ มีหลายสาเหตุครับ ตั้งแต่การ Debut ที่ช่วงแรก ๆ จ่าจะโปรโมทให้เป็นที่รู้จัก (ไม่รู้ว่าโปรโมทหรือเปล่า แต่มีอยู่ช่วงนึงอวยมาก อวยจนเราติดตามเลย) ซึ่งบางทีดราม่าก็มา โดยดราม่าของวง BNK48 เกิดจากหลายปัจจัย ถ้าแบ่งใหญ่ ๆ ก็มาจาก “โอตะ” “ทีมงาน” “ไอดอล” และ “คนนอก”

ดราม่าจากโอตะ มักจะมาจากพฤติกรรมแย่ ๆ หรือการไม่มีกาลเทศะที่ตู้ปลา อย่างเช่นการถ่ายรูป บางคนจองพื้นที่ก่อนหน้านั้นนาน และคนที่เข้ามาเค้าก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัสถึงตู้ปลาเลย (ต้องเป็นคนในวงในที่ติดตามข่าวเกี่ยวกับวงนี้เป็นประจำถึงจะรู้ดราม่าแนว ๆ นี้ครับ) ซึ่งดราม่าระหว่างโอตะด้วยกันมักจะไม่ค่อยเกิดเท่าไร แต่ล่าสุด ดราม่าจากโอตะเกิดขึ้นแล้ว คือโอตะบางคนโลกสวยเกินไป บางคนเข้าไปด่ารายการ The Driver Ep.2 เพราะพี่โอ๊ตพูดหยาบ แต่ถ้าลองฟังให้ดี ๆ พี่โอ๊ตจะพูดหยาบกับพวกพิธีกรอย่างเดียว ไม่ได้พูดหยาบกับน้อง ๆ BNK48 อะไรเลย

ดราม่าจากทีมงานที่เห็น ๆ มักจะมาจากเบื้องหลังงานทั้งนั้น เช่น แผ่น CD ที่ส่งไป ไม่มีของแถม ไม่มีภาพฟรี อะไรแบบนี้ หรือการจัดการ Event ยังทำได้ไม่ดีพอ หลัก ๆ ที่มีปัญหาคือระบบการส่งสินค้าทำได้ไม่ดี

ดราม่าจากไอดอล ถ้าเป็นวงพี่อย่าง AKB48 ก็จะมีเรื่องไอดอลมีแฟน แต่ใน BNK48 ก็มีบ้าง (รู้ ๆ กัน)

และดราม่าจาก “คนนอก” อันนี้ค่อนข้างน่ากลัวที่สุด เพราะคนนอกเหล่านี้คิดเกาะกระแสซะส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นโอตะที่โอชิใคร ๆ ซึ่งมีหลายเคสมาก ตั้งแต่แต่งหน้ายันเขียนบทความวิจารณ์เพลง และโพสต์ด้วย Hate speech ต่าง ๆ นา ๆ และล่าสุดคือทำโปรโมชั่นร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คนที่คิดจะทำ Content เกี่ยวกับวงนี้ ควรศึกษาให้ดีก่อน ทำการบ้านมาเยอะ ๆ อะไรที่ไม่รู้ ก็ทำให้รู้ ส่วนอันไหนที่ไม่รู้จริง ๆ ก็ไม่ต้องพูดเหมือนรู้จริง ๆ เพราะโอตะวงนี้บอกคำเดียวว่า ข้อมูลแน่นมาก หากข้อมูลผิดก็จะกล่าวทันที

ติดตามมาครึ่งปีแล้ว อยากรู้ไหมว่าเราโอชิใครเอ่ย…?

ใครที่ยังไม่รู้ว่าอะไรคือ “โอชิ” เป็นญาติของโออิชิหรือเปล่า 555555 เดี๋ยวจะบอกครับ

โอชิ คือไอดอลที่เรากำลังติดตามอยู่ ซึ่งมีหลายคนเหลือเกิน เราสามารถเลือกได้ว่าเราจะโอชิ (ติดตาม) ใคร ซึ่งถ้าเป็นเรา เราจะโอชิเพียงไม่กี่คนเท่านั้น หลัก ๆ ก็มี

DRBOZWJVQAADflh

  • เฌอปราง (ชอบเพราะมีออร่าของความเป็นมนุษย์ที่มีเสน่ห์ เข้าได้ทุกคน)
  • แจน (ชอบเพราะนางสวย) ตอนนี้นางแกรดไปแล้ว น่าเสียดายมาก แต่อนาคตเธอรุ่งกว่าเดิมแน่นอน
  • อิสึตะ รีนะ (ชอบเพราะรอยยิ้มของเธอมีเสน่ห์)
  • อร (อันนี้ไม่รู้ บอกไม่ได้ว่าชอบเพราะอะไร)

ศัพท์เบื้องต้นสำหรับคนที่จะติดตามวงนี้

  • โอตะ ย่อมาจาก “โอตะคุ” คือพวก Geek ทั้งหลาย แต่สำหรับวงที่มันแนว ๆ 48 จะเรียกแฟนคลับว่า “โอตะ” เพราะบุคลิกของคนที่ติดตามวงนี้ส่วนใหญ่ มักจะแนว ๆ Geek ทั้งนั้น
  • เวลคั่ม (Welcome) คำนี้จ่าชอบโพสต์ออกมาบ่อย ๆ ตอนที่คนดังชอบใครคนนึ่งของวง BNK48 หมายถึง “ยินดีต้อนรับสู่การเป็นโอตะ”
  • โอชิ คือไอดอลที่คุณเลือกที่จะติดตามเป็นพิเศษ
  • เฮน คือการเลือกไปติดตามไอดอลอีกคน
  • ตู้ปลา คือ Digital Live Studio (หน้าตาคล้ายตู้ปลา)
  • Member คือสมาชิกในวง
  • แกรด คำนี้โอตะมือใหม่งงแน่นอน (เราเคยงงเป็นสัปดาห์แล้ว) ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในไทยแบบไม่เป็นทางการ คำว่า “แกรด” ย่อมาจาก Graduate ซึ่งหมายถึง “จบการศึกษา” โดยการจบการศึกษาของวงไอดอลแนว ๆ 48 มีอีกนัยยะคือ “ลาออกจากวงเพื่อไปทำงานสายมืออาชีพที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น” ซึ่งเดิมที พวกวง 48 เปรียบเสมือน Campus ที่ฝึกสอนไอดอลเพื่อเป็นมืออาชีพด้านงานบันเทิงในอนาคต แต่พิเศษตรงที่มีโอตะคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ

สามารถติดตามต่อได้ที่นี่

นอกจากนี้ ยังมีชื่อแปลก ๆ ของไอดอลที่ทางโอตะตั้งกันอีก เรียกเหมือนชื่อเล่นเลย ตรงนี้ต้องศึกษากันให้ดี ๆ ครับ

จากจุดเริ่มต้น ถึงช่วงปัจจุบัน

มันคือย่อหน้าสรุปของบทความนี้ครับ แต่เขียนซะสวยหรูเชียว ซึ่งก่อนหน้านั้นมีกระทู้จาก Pantip แล้วมีความคิดเห็นเชิงลบต่าง ๆ นา ๆ เช่น มันเป็นไปไม่ได้ หรือถ้ามีขายออกมา ก็จะไม่ซื้อ หรือถ้าเป็น CD ออกมาก็จะไม่ซื้อ ยุคนี้เค้าฟังเพลงผ่าน CD กันเหรอ อะไรพวกนี้ แต่กาลเวลาผ่านไป วง BNK48 ก็ยิ่งดังเรื่อย ๆ และปัญหาก็ตามมาทุกที ตั้งแต่ดราม่า ยันเรื่องปัญหาการจดเครื่องหมายการค้า เยอะเนอะ

แต่ถึงอย่างไร ทางแห่งความสำเร็จ มันไม่ได้เป็นทางที่โรยได้กลีบกุหลาบ ปัญหามันจะมาเรื่อย ๆ ขอแค่เผชิญหน้ากับปัญหาและแก้ให้สำเร็จ มันก็ได้ประสบการณ์เรื่อย ๆ ซึ่งความดังของ BNK48 ยอมรับว่าดังเร็วมาก ขนาด Debut ไม่ถึงปีเลยด้วยซ้ำ สุดยอดจริง ๆ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.