จำเป็นไหมที่กล้องสำหรับมืออาชีพคือกล้อง Full Frame

ใครที่เข้ามาวงการใหม่ ๆ จะเจอคนแนะนำในเว็บบอร์ดหรือเว็บหลาย ๆ คนแนะนำว่า ถ้าอยากใช้กล้องมืออาขีพ ต้องใช้กล้อง Full Frame ทุก ๆ คนที่เข้ามาในวงการถ่ายภาพใหม่ ๆ และอยากมีกล้องดี ๆ ซักตัว หลาย ๆ คนมองว่า กล้อง DSLR = กล้องโปร รับงานได้ กล้อง Mirrorless = กล้องถ่ายอะไรก็ได้ตามใจ

รับงานก็ได้ ไม่รับงานถ่ายเล่น ๆ ก็โอ ความคิดแบบนี้ มันเป็นความคิดแบบเก่า อยากให้เลิกคิดและเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า กล้อง DSLR และ Mirrorless เป็นกล้องที่สามารถรับงานได้ แต่ Mirrorless จะจุกจิกนิดนึง สำหรับเรา กล้อง Mirrorless ที่รับงานได้ คือกล้อง Mirrorless ที่มีช่องมองภาพ EVF ซึ่ง EVF สมัยนี้พัฒนาเหนือกว่า OVF ในบางจุด ทำให้กล้อง Mirrorless เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นมาก

และยิ่งตอนนี้ กล้อง Mirrorless บางตัวใช้เซนเซอร์ Full Frame อย่าง Sony a7 ซึ่งน้ำหนักบอดี้เบากว่า DSLR แต่มันจะหนักตรงเลนส์ใหญ่มหืมาแทน ดังนั้น กล้องเดี๋ยวนี้เก่งมาก ขึ้นอยู่กับช่างภาพว่าจะเลือกสรรกล้องตัวไหนมาใช้งานดี

Chris-Gampat-The-Phoblographer-Olympus-OMD-EM5-product-images-1-of-6
Olympus EM5 กล้องเล็ก แต่ประสิทธิภาพจัดเต็ม (ภาพจาก Phoblographer)

กลับมาที่กล้องเซนเซอร์รับภาพขนาดเล็กบ้าง และทำไม Olympus หรือ Panasonic เค้ายังยืนยันนอนยันขายแต่กล้องเซนเซอร์ขนาด M4/3 และมีรุ่นท็อปที่ราคาแพงใกล้เคียงกับกล้อง Full Frame รุ่นกลางหรือรุ่นท็อป แสดงว่าต้องมีอะไรดี ๆ แน่

ถามตัวเองก่อนว่าเราชอบถ่ายอะไร

ถ้าชอบถ่ายภาพวิว, Landscape : กล้องเซนเซอร์ APS-C หรือ M4/3 จะดีมาก (การพกพาที่ง่าย)

DSC00987

ถ้าชอบถ่ายภาพบุคคลแบบ Street : กล้องเซนเซอร์ Full Frame, APS-C หรือ M4/3 ที่มีค่า focal length 35mm หรือมากกว่านั้น และค่า f 2.0 หรือต่ำกว่า

DSC04845
Model : Peatty (O)

ถ้าชอบถ่ายภาพบุคคลในสตูดิโอ : กล้องเซนเซอร์ Medium Format หรือ Full Frame (APS-C ยังพออนุโลม แต่เลนส์กล้องต้อง 35mm และค่า f ต่ำกว่า 1.8 หากค่า mm มากกว่านั่นจะเกิดปัญหาถอยจนติดผนังสตูดิโอ)

DSC04704
Model : Yui (A)

ถ้าชอบถ่ายเด็ก, สัตว์ต่าง ๆ : กล้องเซนเซอร์ APS-C หรือ M4/3 ที่ติดเลนส์ AF (ฟังดูอาจจะตลก แต่อย่าลืมว่าธรรมชาติของเด็กหรือสัตว์อยู่นิ่งซะที่ไหน)

DSC01107

ถ้าลุยป่าถ่ายภาพ : กล้องที่มี Weather sealing

21316211_10214309746007379_2120975827325003858_o

ถ้าถ่ายภาพกีฬา, งานอีเวนท์ : กล้องอะไรก็ได้ (แนะนำ APS-C หรือ M4/3) แต่การรัวชัตเตอร์ต้องรัวยิก ๆ อย่างต่ำ 8fps เป็นต้นไป (แนะนำ 10 fps+) หากมี weather sealing ด้วยจะยิ่งดี

21167578_10214277335597139_1016829595309264958_o

ถ้าถ่ายภาพ Street : กล้อง Mirrorless เซนเซอร์ APS-C หรือ M4/3 (รูปลักษณ์กล้อง Mirrorless ค่อนข้างเป็นมิตร)

DSC01291

ถ้าถ่ายภาพตอนกลางคืน : กล้อง Full Frame หรือกล้อง APS-C ที่ใช้เลนส์ Prime รูรับแสงกว้าง ๆ

DSC02306

เรารับงานนานแค่ไหน

ครึ่งวัน หรือเต็มวัน

สิ่งสำคัญสำหรับงานมืออาชีพคือ “ระยะเวลาถ่ายภาพ” ซึ่งสอดคล้องกับเรื่อง Battery ถ้าหากใช้กล้อง DSLR จะได้เปรียบตรงที่แบตเตอร์รี่ใช้งานน้อยเนื่องจากเน้นการมอง OVF เป็นหลัก ส่วน Mirrorless ใช้ EVF ซึ่งใช้พลังไฟแบตเตอร์รี่ด้วยทำให้ระยะการใช้งานของ Mirrorless น้อย ต้องมีแบตสำรองอย่างน้อย 1 ก้อนขึ้นไป หรือพก Power Bank ชาร์จไปถ่ายไปก็ได้

แต่ยังไง DSLR ได้เปรียบในเรื่องแบตเตอร์รี่ที่ทนกว่า (ส่วนใหญ่ถ่ายได้ 600 กว่าภาพ / การชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ในขณะที่ Mirrorless เฉลี่ยประมาณ 300 กว่าภาพ)

ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ทำให้ภาพออกมาได้ตั่งที่ต้องการ

มันคงไม่โอเคนักที่เวลาเราถ่ายภาพอีเวนท์แต่เอากล้องที่ความเร็วการถ่ายต่อเนื่องไม่ได้มากมาย เพราะงานอีเวนท์เป็นงานที่เกิดขึ้นและไม่เกิดอีกเลย ไม่เหมือนงานถ่ายภาพบุคคลที่นายแบบหรือนางแบบโพสต์ภาพถ่าย หรือเราไปงานถ่ายภาพนางแบบสตูดิโอที่เราต้องเสียตังค์เป็นพันแล้วมีปัญหาเรื่องการถ่ายภาพที่ต้องการเบลอหลังเยอะ ๆ ด้วยกล้อง M4/3 โดยถอยหลังเยอะ ๆ แต่ดันติดผนังห้องสตูดิโอซะงั้น

DSC09189
Sony a6000 + Geekster 35mm f1.6 (แต่งสีใน Lightroom) ก็ได้ภาพที่สวยได้

บางทีการใช้อุปกรณ์เสริมที่เยอะเกินไปอาจจะดู “เยอะ” เกินความจำเป็น ช่างภาพมืออาชีพเค้าจะเลือกกล้องและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในการถ่าย ที่จริงเค้ามีกล้องเยอะ แต่พอออกไปถ่ายงาน Street ก็จะเลือกกล้อง Mirrorless เซนเซอร์ APS-C อย่างของ Olympus พอไปงานสตูดิโอ ก็ใช้เลือกกล้อง Full Frame แบบนี้เป็นต้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ตัวคุณ”

P70504-210053

หากเราถ่ายภาพมาซักระยะนึงจนเริ่มเก่งแล้ว เราจะเลือกไป 2 สายคือ “ช่างภาพมืออาชีพ” หรือ “ศิลปินช่างภาพ”

ช่างภาพมืออาชีพ จะโฟกัสภาพให้ “สวย” ดั่งที่ใครหลาย ๆ คนต้องการ

ส่วนศิลปินช่างภาพ จะโฟกัสภาพให้ใครหลาย ๆ คนเห็นภาพแล้วรู้ว่า “เราเป็นคนถ่าย”

การเป็นช่างภาพมืออาชีพค่อนข้างยาก กว่าจะได้งานเยอะ ๆ และได้เงินมาหลายหมื่น ซึ่งถ้าไม่อดทนจริง บอกเลยว่า เฟล! แต่ถ้าเราไปเส้นทางศิลปินช่างภาพ ภาพอาจจะสวย ไม่ตรงตามที่ใคร ๆ ต้องการ ขายไม่ออก แต่ถ้าเราเก็บภาพที่เราถ่ายเยอะ ๆ เข้าและโชว์ในโลก  Social Network  คนก็จะติดต่อมาเอง

เพราะการถ่ายภาพระดับสูง ไม่ได้โฟกัสที่ “อุปกรณ์แพง ๆ เยอะ ๆ” แต่เป็น “ภาพที่สื่อและถ่ายทอดออกมาเป็นตัวตนเราให้คนอื่นรู้” มากกว่า

สรุป “ไม่จำเป็น” กล้องตัวคูณอย่าง APS-C หรือ M4/3 ต่างมีจุดเด่นของตัวเองให้เราเลือกสรรได้ตามสะดวก ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่า เราใช้งานนานแค่ไหน บทความหน้าจะเขียนเรือง “กล้องเริ่มต้นสำหรับช่างภาพที่อยากจะประกอบอาชีพด้านนี้จริงจัง” ครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s