ทำไมเราเลือกใช้กล้อง Mirrorless (แบบสไตล์ Rangefinder)

Every time I went to some events that had too much photographers, look like I was different as same as wanderer who have mirrorless camera with rangefinder style. Someone saw me with their ego or someone thought I wasn’t appropriate to meet another time. I wanted to say certainly about some photographers focused only their precious devices and their ego. I had a few reasons to choose mirrorless camera. Let’s read it.

ทุก ๆ ครั้งที่เราเข้าไปในงานถ่ายภาพที่รวมตัวตากล้องเยอะ ๆ เราอาจจะผิดแปลกไปเมื่อเราเป็นชนกลุ่มน้อยที่ใช้กล้อง Mirrorless หน้าตาสไตล์กล้อง Rangefinder บางคนมองเราเหยียดนิด ๆ หรือบางคนเห็นแล้วไม่คบค้าสมาคมด้วย ขอบอกก่อนว่า ตากล้องบางคนยึดติดกับอุปกรณ์ อีโก้เยอะจริงไรจริง ซึ่งเรามีเหตุผลที่เราเลือกใช้กล้อง Mirrorless อยู่ครับ

It was so true then DSLR was easier to use (for professional photographers’ mindset.) and looked as professional usage. But it had some constraint that I judged to choose mirrorless camera. Why did I think about this?

มันอาจจะจริงที่กล้อง DSLR มันใช้ง่าย (สำหรับพวกมือโปรคิดนะ) และดูมีความโปร แต่มันมีข้อจำกัดบางอย่างเมื่อเราชั่งน้ำหนักดูแล้ว เราเลือก Mirrorless ดีกว่า มาดูกันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง

DSLR = กล้องที่ใช้งานมืออาชีพ (professional usage)

digital-slr-cameras-dslr

Many people thought about DSLR = camera for professional usage because when you went to some events, such as wedding ceremony, booth exhibitions, portrait photography trips, professional photographers always used DSLR. Or some photographers were proud with using social network profile photos that they held their DSLR camera.

คนทั่วไปคิดแบบนี้จริง ๆ นะ ที่ว่า DSLR = กล้องมืออาชีพ เพราะถ้าเราได้เดินไปตามสื่อต่าง ๆ หรือที่ออกบูธกัน คนที่ถ่ายภาพงาน Event หรือแม้แต่พวกงานแต่งงาน, งานทริปถ่ายภาพต่าง ๆ และพวกตากล้องใน Facebook Pro ๆ เค้าใช้กล้อง DSLR ถ่ายทั้งนั้น หรือบางที พวกนักถ่ายภาพบางคนเค้าเอากล้องของตัวเองขึ้นโชว์เลยว่า เราใช้กล้อง DSLR นะ อึม ก็ดี

If I judged with only seeing, DSLR was used with professional work certainly because DSLR could be interchanged lenses for specified usage. And Canon & Nikon’s lenses have been available too much. So lens systems of DSLR were so easy to choose and good for professional photographers.

ถ้าพูดกันตามเนื้อผ้า DSLR มันคือกล้องที่งานมืออาชีพจริง ๆ เพราะตัวกล้องเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ และตัวเลนส์ของทางค่าย Nikon หรือ Canon ที่เค้าทำ DSLR มานานเค้ามีเลนส์ที่สนับสนุนเยอะแยะมากมาย มันทำให้ระบบของเลนส์มันดูยาวนานมันดูมาตรฐานสำหรับช่างภาพมืออาชีพไปแล้ว

32

Certainly, DSLR was never deducted prices. That was same, but new generation of DSLR still appeared

และแน่นอน กล้อง DSLR ราคาไม่ได้ลดอะไรเลย มันเท่าเดิม เพิ่มเติมคือออกรุ่นใหม่แล้วใช้ Mark II, Mark III, Mark IV กำกับลงไป (ซึ่ง Mark เยอะ ๆ มันดีตรงที่เทคโนโลยีมันก้าวหน้าทันช่วงเวลาปัจจุบัน อย่างเช่นรุ่นแรก ไม่มีระบบส่งภาพผ่าน WiFi แต่รุ่น Mark II มีระบบนี้ หรือรุ่น Mark III มีทั้งระบบส่งภาพผ่าน WiFi และมีกันสั่นในตัว)

แต่เรื่องที่น่าตลกคือกล้อง DSLR มันไม่ได้มีแต่รุ่นโปรอย่างเดียว มันมีรุ่น Entry (รุ่นมือสมัครเล่น) ซึ่งใช้เซนเซอร์ APS-C แต่มีลูกค้าหลาย ๆ คนมองว่ากล้อง DSLR ตัวนี้เป็นกล้องโปร รับงานได้ ความจริงมันก็รับงานได้เหมือนกันแหละ เพราะกล้อง DSLR แทบทุกรุ่นออกแบบมาเพื่อรับงานถ่ายภาพเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว แต่ กล้องระดับ Entry มันจะขาด Function บางอย่างและน่าเสียดายที่เลนส์กล้อง DSLR ที่ใช้เซนเซอร์ APS-C โดยเฉพาะดันไม่มีให้เห็นเท่าเลนส์ที่ใช้กล้องขนาดเซนเซอร์ Full Frame ซึ่งมีน้ำหนักเยอะ ทำให้การแบก DSLR แม้ว่ามันจะเป็นระดับ Entry ก็ตาม แต่ดูแล้วน้ำหนักเยอะเกินความจำเป็น

อีกอย่างคือ จะมีช่างกล้องตัวปลอมอวดโชว์พาวในงานถ่ายภาพที่มีพริตตี้อย่าง Motor Show, Motor Expo โดยการคิดว่าตัวเองมีกล้องใหญ่ และเดินเข้าไปในกลุ่มที่ถ่ายภาพแบบไน Event ที่กำลังโฟนอยู่พร้อมกับผลักคนถ่ายภาพคนอื่น ๆ หรือช่างกล้องพร้อมบอกว่า “เฮ้ย ๆ หลบ ๆ ๆ กล้องใหญ่มา” ประเด็นนี้ไม่ได้เกิดแค่ปีเดียวเท่านั้น มันมีประมาณ 3-4 ปี นับตั้งแต่วงการพริตตี้มันดังเป็นพลุแตกและพริตตี้ก็กลายเป็นคนดังใน Social Network ได้ง่าย และเดี๋ยวนี้ กล้อง DSLR มันหาซื้อง่าย (ก็หาซื้อกล้องระดับ Entry นี่ล่ะ) และคนมโนว่าเป็นช่างกล้องมืออาชีพ (แต่เปี่ยมล้นด้วย Ego) เพื่อตีซี้กับพริตตี้ก็มีเยอะ ดังนั้น พริตตี้ต้องระวังให้ดี

เมื่อ DSLR ถูกมองว่าเป็นกล้องมืออาชีพ มันหมายความว่า “ใช้เชิงพาณิชย์” (commercial use)

ตอนแรกเรากะจะเลือกซื้อกล้อง DSLR มาแล้วเพราะอยากทำงานแบบมืออาชีพ แต่ความคิดนี้มันเป็นความคิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พอมายุคนี้ เราเลือกกล้อง Mirrorless และเติบโตกับเลนส์ของฝั่ง Mirrorless ไปเลยจะดีกว่า ฟังดูเหมือนอาจจะเพี้ยน แต่ Mindset ของคนทั่วไปมองว่า DSLR ถูกมองว่าเป็นกล้องสำหรับใช้ในเชิงพาณิชย์

เมื่อถูกมองว่าใช้ในเชิงพาณิชย์ มันเลยเกิดข้อจำกัดบางอย่างที่เป็นสาเหตุสำคัญที่เราไม่เลือกใช้กล้อง DSLR ครับ ซึ่งรวมถึงกล้อง Mirrorless ที่มีหน้าตาเป็น SLR ด้วย (เราจะเลือกกล้องที่หน้าตา Rangefinder เท่านั้น)

อย่างแรก “ตกเป็นเป้าสายตาได้ง่าย” ใครที่ถ่ายภาพแนว Candid ตามที่สาธารณะ คนจะสังเกตได้ง่ายเพราะรูปร่างมันดูโปร กลัวว่าจะเอาไปใช้เชิงพาณิชย์ แต่ในไทยเรื่องการถ่ายภาพ Candid ตามที่สาธารณะยังสามารถทำได้ไม่เหมือนในต่างประเทศบางประเทศอย่างประเทศญี่ปุ่นที่จะถ่าย Candid แบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เพราะมีกฎหมายรองรับเรื่องการแอบถ่ายอยู่ การใช้กล้อง DSLR ถ่ายภาพ Candid ทำให้คนรู้ตัวและหนีออกจากเราทันที

หรือบางทีเราเดินไปที่ร้านอาหารบางร้านและเราใช้กล้อง DSLR คนอื่นจะมองว่าเราดูเวอร์ หรือเป็นพวกบล็อกเกอร์ทำรีวิว เห็นไหม ตกเป็นเป้าสายตาได้ง่าย

DSC04105

อย่างที่ 2 “ที่บางที่ไม่อนุญาตให้ใช้กล้องโปร” (ซึ่งเหมารวมถึงกล้องที่เป็นหน้าตา SLR ทั้งหมด) เช่น สวนสาธารณะบางที่ หรือพวกห้างต่าง ๆ สาเหตุที่สวนสาธารณะบางที่ไม่อนุญาตให้ใช้กล้องที่หน้าตาเป็น SLR ถ่ายเพราะเคยมีกลุ่มช่างภาพหลาย ๆ คนมาถ่ายทริปนางแบบแบบฟรี ๆ และนางแบบที่เปลี่ยนชุดรบกวนคนใช้ห้องน้ำด้วย และที่สำคัญ ช่างภาพที่มาถ่ายทริปนางแบบบางคนเค้าเข้ามาถ่ายภาพและใช้ในเชิงพาณิชย์ในขณะที่เจ้าของพื้นที่ไม่ได้เสียตังค์ซักบาท ก็เลยออกมาตรการห้ามใช้กล้องโปรซึ่งหลาย ๆ คนมองว่าเป็นกล้อง DSLR  หรือกล้อง Mirrorless ที่เป็หน้าตา SLR ครับ

กล้องที่มีกระโหลกมองภาพตรงกลางแบบนี้ แม้จะเป็นกล้อง Mirrorless แต่สายตาของคนมอง เค้าตัดสินว่า “เป็นกล้องโปร” และใช้ในเชิงพาณิชย์ ไม่สามารถเอาไปใช้กับที่บางที่ได้ (หากใช้ต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อน)

หน้าตากล้องดูเฟรนด์ลี่

อีกอย่าง ตัวกล้องสามารถเอาไปแต่งให้ดูสวย ดูเท่ตามแฟชั่นได้ด้วย เป็นจุดแข็งของกล้อง Mirrorless หน้าตาแบบ Rangefinder เลยก็ว่าได้ ที่มันมีของตกแต่งเพราะว่าเดี๋ยวนี้สาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ เลือกซื้อกล้องมาเพื่อถ่ายภาพอะไรก็ตามแต่ด้วยคุณภาพที่สูงขึ้นแล้วอัพลง Social Network กันทั้งนั้น ซึ่งมันสามารถตกแต่งหรือเปลี่ยนอะไรได้ไม่ว่าจะสายคล้องหรือ Half Case มันคล้ายคลึงกับพวกมือถือ iPhone ยังไงไม่รู้ หรือบางที เราสมารถเอากล้อง Mirrorless ของตัวเองมาเป็น Prop ตกแต่งเวลาเราถ่ายสิ่งของได้ด้วย ซึ่งนี่คือจุดแข็งของกล้องหน้าตาแบบ Rangefinder ครับ

DSC04360
ถ่ายด้วยกล้อง Sony a6000 + เลนส์ Geekster 35mm f1.6

ถ้าลองเทียบข้อจำกัดที่เรากล่าวเอาไว้ข้างต้น จะตรงกันข้ามเกือบทั้งหมด อย่างเอาไปถ่าย Candid ใช้กล้อง Mirrorless หน้าตาแบบ Rangefinder ก็ทำได้ง่าย (เพราะหน้าตาของกล้อง Rangefinder มันคล้าย ๆ กล้อง Compact ที่ช่างภาพเค้าไม่เอาไปใช้เชิงพาณิชย์) หรือสามารถไปถ่ายอะไรในที่สาธารณะได้สะดวก (ถ้าไม่เอาพวกอุปกรณ์เสริมอย่างขาตั้งกล้อง, Reflector, เลนส์ Tele ยาว ๆ หรือแฟลชไปด้วยนะ)

แต่เมื่อกล้องดู Friendly อาจจะรับงานถ่ายภาพบุคคลกับลูกค้าที่ยังมองว่ากล้อง DSLR = กล้องโปรอยู่ได้ลำบากครับ (ใครซื้อกล้อง LEICA มาถ่ายนี่ต้องรับมือกับพวกลูกค้าแนว ๆ นี้บ้างล่ะ)

เคลื่อนไหวได้สะดวกกว่า (ถ้าใช้กล้อง Mirrorless ที่ใช้เซนเซอร์ APS-C, M4/3)

เนื่องจากกล้อง Mirrorless ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้เซนเซอร์แบบ Full Frame และใช้เลนส์ APS-C ซึ่งเล็กกว่า ทำให้เวลาไปไหนมันสะดวกจริง ๆ แถมถ้าใครใช้กล้องที่ใช้เซนเซอร์ขนาด M4/3 มีเลนส์ให้เลือกเยอะแถมราคาถูกกว่าอีกแน่ะ!!! เพราะใช้เมาท์เดียวกัน แถมราคาถูกกว่าพร้อมกับเลนส์ที่เล็กกว่า (แต่จะมีปัญหาเรื่องการถ่ายภาพคนที่ DOF ทำได้น้อย)

ตัวกล้องสนับสนุนเลนส์มือหมุนรุ่นเก่า ๆ และมีตัวช่วยในการโฟกัสมือหมุน

Topcon+re.+Auto-Topcor+35mm+f3

เพราะเนื่องจากกล้อง Mirrorless มันสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ทำให้เราสามารถใช้เลนส์มือหมุน (ซึ่งต้องมี Adapter แปลงอีกทีนึง) โดยกล้อง Mirrorless ส่วนใหญ่มีฟังก์ชั่นที่ใช้กับเลนส์มือหมุนเรียบร้อยแล้ว อย่างถ้าเป็นของ Sony ก็จะมี Focus Magnifier, Peaking Level ซึ่งมีเหมือนกล้อง DSLR นั่นแหละ แต่ถ้าเป็นของ Fujifilm รุ่นกลาง ๆ หรือรุ่น Top ก็จะมี Digital Split Image ที่ใช้ข้อได้เปรียบของเซนเซอร์ X-Trans CMOS ของ Fujifilm

และสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งซื้อกล้อง Mirrorless แล้วมีปัญหาเรื่องเลนส์ค่ายมันราคาแพงเกินไป (ราคาเริ่มต้นเป็นหมื่นเลย) ก็สามารถหาซื้อเลนส์มือหมุนราคาถูกเอาไว้ถ่ายภาพก็ยังได้ ที่รู้ ๆ ฮิต ๆ กันก็มียี่ห้อ Fujian, APS-C ซึ่งทั้งสองเป็นเลนส์ที่ใช้กับกล้อง CCTV ครับ ราคาก็เริ่มต้นที่ 990 บาท หาซื้อกันเอาเองนะ

กล้อง Mirrorless คือกล้องแห่งอนาคต

ZPR-SONY-A9-FRONTRIGHT-CARDS
กล้อง Sony a9 กล้องที่ช่างภาพต่างประเทศบางคนกล่าวว่า “DSLR Killer”

ดูเหมือนว่าเดี๋ยวนี้ ระบบกล้อง Mirrorless พัฒนาให้สามารถใช้งานระดับ Pro ไม่แพ้พวกกล้อง DSLR ซึ่งทาง Sony ได้ปล่อยกล้องระดับ Pro รุ่นล่าสุดอย่าง Sony a9 ที่โชว์จุดเด่นตรงที่ถ่าย 20 ช็อต/วินาทีและใช้เซนเซอร์แบบใหม่ที่ไม่ต้องมีม่านชัตเตอร์เหมือนกล้อง Mirrorless รุ่นอื่น ๆ (มันคือ Electronic Shutter แบบไม่มีปัญหาเรื่อง Rolling Shutter เลย) แล้วกล้อง Sony a9 ก็ลบข้อด้อยเรื่องแบตเตอร์รี่ที่น้อยด้วยการใส่จำนวนแอมป์เข้าไปในแบตตัวใหม่ซะเลย 55555

และในยุคนี้ คนเริ่มเอากล้อง Mirrorless มารับงานมากขึ้น เพราะประสิทธิภาพที่มันพอ ๆ กับ DSLR ในบางจุดครับ ในอนาคต เราอาจจะได้เห็นวงการตลาดกล้องที่ดุเดือดมากกว่านี้แน่ ๆ (แต่ที่รู้ ๆ ช่วยออกเลนส์ของ Mirrorless ให้เยอะกว่านี้ได้ไหม 54555555

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s