ในช่วงที่กำลังเรียนอยู่ เราก็เริ่มรับงานถ่ายภาพบ้างแล้ว ซึ่งยุคนั้น เรื่องกล้องหรือพวกวงการถ่ายภาพยังไม่บูมเหมือนยุคนี้ เพราะยุคนั้นวงการพริตตี้ยังไม่ได้ดังเท่าไร ก็เป็นแค่นางแบบที่อยู่ในสตูดิโอหรือหาคนหน้าตาดีหุ่นดีมาเป็นพริตตี้ ก็แค่นั้นเอง แน่นอนว่ายุคนั้นยังไม่มีประกวดพริตตี้เป็นเรื่องเป็นราว

แต่พอวงการพริตตี้เริ่มดังมากขึ้น (จริง ๆ เริ่มดังตั้งแต่ปี 2008 แล้วนะ แต่มันมาดังช่วงพีคของวงการพริตตี้เมื่อปี 2012 พอดี) ซึ่งไอ้ที่ดังเพราะกระแส Social Network อย่าง Facebook ที่มีระบบโชว์เรื่องราวที่เพื่อนของเรากดไลค์อะไรก็แล้วแต่ แล้วพอกดไลค์เรื่อย ๆ เราก็จะเริ่มเห็นแล้วว่า มันกดไลค์แต่รูปคนนี้ คนนี้เป็นใครวะ สังเกตได้ โพสต์ที่กดไลค์มักจะเป็นโพสต์แบบ Public แล้วยุคนั้นการศัลยกรรมนมเริ่มมาในประเทศไทยและคนแห่ไปทำศัลยกรรมนมมากขึ้น เพราะทำแล้วได้งาน

DSC04895

ในช่วงปี 2012 เริ่มมีคนมาถ่ายพริตตี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเห็นช่างกล้องและคนถือกล้องกระจัดกระจายตามบูธที่ออก แล้วพวกช่างกล้องก็จะถ่ายรูปเก็บภาพกันเยอะ ปัญหาคือ ปีนี้แหละที่เราเจอพวกตากล้องตัวปลอมมารยาททรามผลักเราออกไป

แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร ปล่อย ๆ มันเป็นแค่ลม แล้วเราก็รับงานถ่ายภาพเรื่อย ๆ จนปี 2013-2014 วงการพริตตี้ดังระเบิดระเบ้อทั้งเรื่องดีและเรื่องเสื่อม คนถ่ายรูปมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ และก็เจอช่างกล้องมารยาททรามเรื่อย ๆ

สุดท้ายเลยมีเรื่องจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับช่างภาพตัวปลอมครับ เดี๋ยวนี้สังเกตได้ง่ายกว่าเดิมเยอะ และมักจะอยู่ในงานที่มีพริตตี้หรือตามเว็บบอร์ด ไปดูกันเลยครับ

ช่างภาพตัวปลอมมักไม่ค่อยสั่งนางแบบให้โพสท่าหรือบิ๊วอารมณ์

DSC04763

หรือแม้แต่การที่เราโพสท่าถ่ายรูปด้วย เราจะเห็นช่างภาพบางคนที่เวลาถ่ายต้องก้มตัวหรือคุกเข่าแล้วถ่ายกับพื้น บางคนมองว่ามันเวอร์วังอะไรเบอร์นั้น แต่หารู้ไม่ว่า นั่นเป็นมุมถ่ายของเค้าล่ะ ทำไมคนธรรมดาเค้าไม่ก้มลงถ่ายเหมือนช่างภาพล่ะ

ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่ใช้กล้องมือถือถ่ายภาพหรือใช้กล้องพวก Compact, Mirrorless ระดับ New Entry ส่วนใหญ่จะใช้เลนส์ Kit ที่มีความยาวโฟกัสเริ่นต้นที่กว้าง เป็นมุมมอง Wide และมุมมองนี้สามารถถ่ายคนได้โดยที่เราไม่ต้องโน้มตัวหรือทำ Overacting อย่างที่คนธรรมดาทั่วไปมอง

แต่เนื่องจากเลนส์ถ่ายภาพคนโดยเฉพาะอย่างพวก 50mm f1.x หรือ 35mm f1.x (สำหรับกล้องที่ใช้เซนเซอร์ชนาด APS-C) มันมีมุมมองที่แคบ และการถ่ายให้เต็มตัวแล้วข้างหลังเบลอมันต้องใช้มุมกล้องที่อยู่ประมาณเอว ดังนั้นมันต้องมีการคุกเข่าถ่ายบ้างอะไรบ้าง เพื่อได้ภาพเต็มตัว

และการสั่งนางแบบให้มองไปในทิศทางที่ต้องการหรือบิ๊วอารมณ์ให้มีอารมณ์มีความสุข, เศร้า, ฯลฯ ก็เป็นหน้าที่ของช่างกล้องที่ต้องทำเช่นกัน และภาพจะออกมาดูดี

ช่างภาพตัวปลอมมักคิดว่า DSLR = กล้องโปร รับงานได้

digital-slr-cameras-dslr

ไม่ใช่แค่ช่างกล้องตัวปลอมด้วยกันจะคิดแบบนี้ คนส่วนใหญ่ก็คิดเช่นกัน DSLR = กล้องโปร ใช่ มันดูหล่อ มันดูโปร มันดูมืออาชีพ แต่มันมีข้อจำกัดของ DSLR อยู่ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในบทความต่อไปครับ

แต่รู้ไหม… ช่างภาพตัวปลอมไม่รู้เลยว่า DSLR ตัวละประมาณ 20,000 – 50,000 ที่เจ้าตัวซื้อมา มักเป็นกล้องที่ขนาดเซนเซอร์เป็น APS-C ซึ่งขนาดเซนเซอร์ก็เท่ากับพวกกล้อง Mirrorless ส่วนเกณท์การดูว่ากล้องตัวไหนโปรหรือไม่โปร เราจะดูตรงนี้ครับ

  • เซนเซอร์ M4/3 หรือใหญ่กว่านั้น (แนะนำ APS-C)
  • เปลี่ยนเลนส์ได้
  • มีปุ่ม Customize
  • มีช่องมองภาพ จะ OVF หรือ EVF ก็ได้
  • Speed Shutter เร็วสุดต้อง 1/4000 ขึ้นไป, มีโหมด Bulb
  • ISO สูงสุดต้อง 6,400 ขึ้นไป (แนะนำ 12,800)
  • ความละเอียดต้องมากกว่า 16 ล้านพิกเซล
  • มี Hot shoe

และดูเหมือนว่า กล้อง Mirrorless หลาย ๆ รุ่นที่ขายกันประมาณ 24,xxx ขึ้นไปเข้าข่ายอย่างที่บอก แน่นอนว่า สามารถรับงานถ่ายภาพได้ เพราะงานดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับภาพที่จะส่งให้ลูกค้านั่นแหละ

ส่วนกล้องที่ไม่โปรจริงที่เราคิด คือพวกกล้องที่ไม่มีคุณสมบัติใดคุณสมบัติหนึ่งในที่เราบอก  (โดยเฉพาะช่องมองภาพอย่าง OVF หรือ EVF ถ้าไม่มีเราไม่มองว่าเป็นกล้องโปร เพราะใช้กลางแจ้งโดยมองผ่าน Live View ลำบากมาก) แล้วคุณสมบัติที่เราบอกไปบางทีมันก็ไม่ได้ตรงซักทีเดียว เพราะกล้องบางตัวอาจจะเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ แต่รัว Burst shot ได้มากกว่า 10 ภาพ / วินาที (ไม่รู้ว่ามีไหม) ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับช่างกล้องว่าต้องการใช้แบบใดมากกว่า

ช่างภาพตัวปลอม โฟกัสที่อุปกรณ์เพื่อโชว์พาว

71dnkugpcwl-_sl1500_

ถ้าบอกว่า ช่างภาพโฟกัสที่อุปกรณ์ มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แม้แต่ช่างภาพมืออาชีพก็ต้องโฟกัสที่อุปกรณ์ ซึ่งการโฟกัสอุปกรณ์ของช่างภาพมืออาชีพคือเลือกใช้อุปกรณ์กล้องให้ตรงตามงานที่รับ อย่างเช่น งานถ่ายปาร์ตี้ตอนกลางคืน ถ้าถ่ายกับเพื่อน ๆ เยอะ ๆ ก็ใช้เลนส์มุมกว้างอย่าง Fish Eye หรือเลนส์ Ultra Wide พร้อมกับใช้ flash แยกด้วย ส่วนถ้าเป็นงานถ่ายแบบ ก็ใช้เลนส์รู้รับแสงกว้าง ๆ ก็แค่นั้น

แต่จะมีช่างภาพบางคนที่อวดอุปกรณ์ของตัวเองให้คนอื่นรู้ว่ากูมันแน่ ซึ่งช่างภาพเหล่านี้จะพบบ่อยในงานที่มีพริตตี้ โดยการใช้เลนส์ Tele ยาว ๆ กับกล้อง DSLR ถ่ายพริตตี้ที่อยู่ใกล้ ๆ คือถ้าถ่ายไกล ๆ จะไม่ว่าเลย แต่นี่ถ่ายใกล้ ๆ เห็นได้ชัดว่า ใช้เลนส์ไม่เป็น

ช่างภาพตัวปลอม มักจะโชว์ภูมิในบอร์ดตากล้อง แต่ไม่เคยโชว์ผลงานตัวเองเลย

ลักษณะที่เห็นเด่นชัดคือ ในบอร์ดกล้องตามเว็บไซต์หรือแม้แต่ในกระทั่งกลุ่มของ Facebook เราจะไม่เห็นผลงานของเค้าเลย มีแต่ Comment บางทีวิจารณ์ตรง ๆ ว่าไม่สวย หรือขาดองค์ประกอบ หรือบางทีโพสต์ผลงานตัวเองให้คนอื่นชมไปเรื่อย ก็มี ถ้าเป็นเมื่อก่อน การโพสต์แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ทุกวันนี้ Facebook, IG ก็มีให้เราได้โพสต์ภาพของตัวเองอยู่แล้ว

ช่างภาพตัวปลอม ไม่รู้มารยาทหรือกาลเทศะมากพอ

ในแต่ละงาน จะมีมารยาททางสังคมที่ไม่จำเป็นต้องบังคับต้องห้ามโน่นห้ามนี่ผ่านทางป้ายอยู่แล้ว อย่างเช่นงาน Motor Show, Motor Expo ถ้าจะถ่ายแบบสั่งให้พริตตี้โพสท่าอะไรเยอะแยะ ควรนัดกันไปถ่ายแบบมินิไพรเวทเอา (คือช่วงที่น้องเค้าไม่ได้ยืนประจำบูธ) หรือแม้แต่มารยาทช่างภาพด้วยกันก็ควรมีด้วย เช่นแบ่งให้ช่างภาพผู้อื่นได้ถ่ายภาพบ้าง

แต่ที่เราเจอมา พวกช่างภาพตัวปลอมมันมีอยู่จริง คือบางคนเหมือนเค้าสนิทหรือไม่ได้สนิทกับพริตตี้อะไรเลยแล้วทำเหมือนกับว่าเป็นคนสนิทกัน สามารถคุยได้อะไรได้ ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นคุยอะไรเลย แบบนี้ก็ไม่ถูกต้อง เพราะอย่าลืมว่าการที่พริตตี้ยืนอยู่หน้าบูธ เค้ากำลังทำงานอยู่ ย้ำ!!! เค้ากำลังทำงานอยู่ การมาเยอะใส่พริตตี้เป็นเรื่องไม่ค่อยโอเคเท่าไร

ทำไมชอบยกตัวอย่างพวกช่างภาพกับพริตตี้

DSC04586

ทุกวันนี้ช่างภาพที่เกิดขึ้นมาอย่างดอกเห็ดมักจะเกิดมาจากการอยากถ่ายภาพผู้หญิงสวยซะส่วนใหญ่ ลองดูได้เลย ช่างภาพที่คนกดไลค์หรือติดตามรูปใน Facebook มักจะเป็นช่างภาพที่ชอบถ่ายรูปสาว ๆ ไม่ใช่แค่รูปพริตตี้อย่างเดียว ยังมีรูปตอนออกทริปถ่ายภาพ Portrait (ซึ่งช่างภาพต้องเสียเงินให้) ซะอีก และนี่เป็นเส้นทางสู่การโปรโมทตัวเองอย่างดีเยี่ยม

แต่ช่างภาพตัวปลอมบางคนเค้ามีกล้องเพื่อที่จะ “จีบ” พริตตี้ เห็นพริตตี้สวย ๆ แล้วต้องถ่ายภาพอะไรแบบนั้น จะบอกอะไรให้ฟัง ถ้ารับได้ก็ดีเลย

  • 60% ของพริตตี้ทั้งหมด ไม่ชอบผู้ชาย (คือชอบทอมกับผู้หญิงด้วยกัน) สาเหตุเพราะอดีตของเธอที่เจอผู้ชายแย่ ๆ หรือชีวิตประจำวันอยู่กับความสวยความงามมากเกินไป, มีเพื่อนผู้หญิง แวดล้อมไปด้วยเพื่อนผู้หญิงเต็มไปหมด ก็เหมือนอยู่ในโรงเรียนหญิงล้วนนั่นแหละ และสังคมไทยยอมรับพฤติกรรมชอบเพศเดียวกันพอสมควร
  • 95% ของพริตตี้ มักจะไม่เลือกช่างกล้องที่ทำอาชีพถ่ายภาพอย่างเดียวเป็นแฟน เหตุผลหลัก ๆ คือ “ช่างกล้องส่วนใหญ่มีภาพลักษณ์ที่เจ้าชู้ เนื่องจากถ่ายสาวได้มากหน้าหลายตา” และพริตตี้เองก็จะไม่เลือกพวกผู้ชายที่ทำงานพนักงานประจำอีก แต่ก็ไม่แน่ ถ้าคิดจะจีบพริตตี้ ต้องอย่าโผล่มาเฉพาะช่วงที่เธอออกงาน
  • การที่พริตตี้ให้เบอร์ใช่ว่าจะชนะใจเธอ นั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น บางคนถ้ารู้ตัวว่ามาจีบแล้วนางไม่สน นางจะหายไปในทันที
  • พริตตี้ดัง ๆ เค้าเห็นกล้องใหญ่แล้วรู้สึกเฉย ๆ เพราะงานหลักของเธอได้เจอพวกกล้องแพง ๆ ใหญ่ ๆ อยู่แล้ว แต่เธอจะอึ้งก็ต่อเมื่อเอากล้อง Mirrorless สไตล์ Rangefinder มาถ่ายแล้วเห็นหน้าชัดหลังเบลอไม่แพ้พวกกล้องตัวใหญ่ ๆ (พวกกล้อง Fujifilm อ่ะ นั่นแหละ นางอึ้ง)
  • คุณเข้ามาหาพริตตี้เพื่ออยากได้พริตตี้ครอบครองเป็นแฟนหรือเปล่า ถ้าคิดแบบนี้ เปลี่ยนเป็น “ให้” เค้าได้เติบโตขึ้นดีกว่า ผู้ใหญ่ในวงการตากล้องกับพริตตี้ที่น้อง ๆ พริตตี้เค้ารู้จักกันถ้วนหน้าเพราะผู้ใหญ่เหล่านี้ให้พริตตี้ได้เติบโตขึ้นไปด้วยกัน ไม่ว่าจะช่วยเหลือ หางานให้ ฯลฯ ลองเปลี่ยนทัศนคติดู
Advertisements